กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หารือบริษัทระบบป้องกันอัคคีภัยอัตโนมัติ เตรียมจัดทำคู่มือใช้งานระบบป้องกันอัคคีภัยแบบต่างๆ เช่นไพโรเจน ไนโตรเจน เพื่อความปลอดภัยในการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน เตรียมสุ่มตรวจ ทดสอบระบบอัคคีภัยของอาคารต่างๆ รวมถึงสั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอาคารเอสซีบีปาร์ค หากผิดกฎหมายความปลอดภัยฯ ดำเนินการเอาผิดอาญา
นายอำนวย ภู่ระหงษ์ ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.)กระทรวงแรงงาน บอกภายหลังการหารือร่วมกับบริษัทผู้ติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย แบบไพโรเจน และไนโตรเจน และระบบอื่นๆ ประมาณ 3-4 บริษัท แต่ไม่มีตัวแทนจากบริษัทเมก้าแพลนเน็ต เข้าร่วม
นายอำนวย บอกว่า ได้ขอความร่วมมือให้บริษัทต่างๆ รวบรวมข้อมูลเชิงเทคนิคเพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย กรณีคนงานเข้าไปเปลี่ยนระบบดับเพลิงไพโรเจน และเกิดอุบัติเหตุที่อาคารเอสซีบีปาร์ค ถนนรัชดา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยจะออกหนังสือและทำคู่มือการใช้งานระบบป้องกันอัคคีภัยแบบต่างๆ เช่นไพโรเจน ไนโตรเจน รวมถึงการปฏิบัติงานเวลาติดตั้งหรือปรับปรุงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมายส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงาน ปี 2554
คู่มือนี้จะให้แล้วเสร็จภายในเวลา 15 วันหลังจากนี้ โดยเริ่มจากระบบไพโรเจนก่อน รวมทั้งให้มีการตรวจสอบ ทดสอบระบบอัคคีภัยของอาคาร และต้องมีแผนฉุกเฉินรองรับหากมีความขัดข้องจากการติดตั้ง หรือปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัยต่างๆ ทั้งนี้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะมีการสุ่มตรวจระบบป้องกันอัคคีภัยตามอาคารต่างๆ ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หากไม่ได้มาตรฐานต้องทำการปรับปรุง
ด้านนางสาวปรียานันท์ ลิขิตศานต์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความปลอดภัยแรงงาน บอกว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อาคารเอสซีบีปาร์ค ถนนรัชดาภิเษกนั้น กสร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 และศูนย์ความปลอดภัยแรงงานเขต 12 ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าธนาคารไทยพานิชย์ ,บริษัทเมก้าแพลนเน็ต จำกัด และบริษัทรับงาน ได้ปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอนความปลอดภัย คือก่อนปฏิบัติงานได้มีการชี้แจงให้ผู้ปฏิบัติงานทราบถึงข้อควรระมัดระวัง การตัดระบบเพื่อความปลอดภัยหรือไม่ ระหว่างการปฏิบัติงาน ได้ปฏิบัติตามแผนความปลอดภัยหรือไม่ และ มีแผนช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือไม่ โดยจะเชิญตัวแทนบริษัทเมก้าฯมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่สำนักงานสวัสดิการฯกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 เขตจตุจักรในวันที่ 17 มีนาคมนี้
ทั้งนี้ หากพบว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย ฯ มาตรา 14 โดยนายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการทำงาน และแจกคู่มือการปฏิบัติงานให้ลูกจ้างทุกคนก่อนที่จะทำงาน , มาตรา 16 นายจ้างต้องให้หัวหน้างานและลูกจ้างได้รับอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน และมาตรา 34 กรณีที่สถานประกอบกิจการใดเกิดอุบัติภัยร้ายแรง หรือลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงาน ให้แจ้งภายใน 7 วัน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา