เนชั่นทีวี

ข่าว

อบจ.ขอนแก่น แถลงผลสอบเคมีรั่วสระว่ายน้ำ

17 มี.ค. 2559 | wanchat

อบจ.ขอนแก่น แถลงผลสอบเคมีรั่วสระว่ายน้ำ

ขอนแก่น - อบจ.ขอนแก่น แถลงข่าวยอมรับเกิดจากความประมาทของเจ้าหน้าที่ ผสมโซดาแอชไลท์ในถังที่มีผงคลอรีนตกค้าง จนเกิดปฏิกิริยาเคมีปะทุฝุ่นกลิ่นคลุ้ง ที่สระว่ายน้ำ จนเด็กสูดดมหามส่งโรงพยาบาลหลายราย พร้อมเปิดให้บริการ 19 มี.ค.นี้

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 16 มีนาคม 2559 ที่บริเวณสระว่ายน้ำภายในสนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.ดร.พญ.เนสินี ไชยเอีย หัวหน้าสำนักงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น นายพิเชษฐ์ โฉมเฉลา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการตรวจสอบเหตุสารเคมีที่ใช้บำบัดน้ำของสระว่ายน้ำได้เกิดการระเหย ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณสระว่ายน้ำและภายในตัวอาคาร ทำให้เด็กนักเรียนและประชาชนที่กำลังว่ายน้ำอยู่ภายในสระกว่า 40 คนได้สูดดมกลิ่นสารเคมีเข้าไป เกิดอาการวิงเวียนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียน และบางรายถึงขั้นเป็นลมหมดสติ เจ้าหน้าที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล จำนวน 13 ราย เป็นเด็กหญิง 1 คน เด็กชาย 9 คน และผู้ใหญ่ 3 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสระว่ายน้ำ ปัจจุบันผู้ป่วยได้เดินทางกลับบ้านทั้งหมดแล้ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา

นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นได้ทำการปิดสระว่ายน้ำเป็นเวลา 3 วัน พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่เกิดขึ้น จากการตรวจสอบพบว่า การระเหยของสารเคมีครั้งนี้ มาจากการปะทุของโซดาแอชไลท์ที่บรรจุอยู่ภายในถัง ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระบวนการผสมสารเคมีผิดพลาด โดยในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในการผสมสารเคมีได้นำถังพลาสติกสีขาว ขนาด 50 กิโลกรัม จำนวน 4 ถัง ใส่สารเคมีที่เตรียมไว้ โดยแต่ละถังจะใส่สารเคมีต่างกัน ประกอบด้วย สารส้ม 10 กิโลกรัม จำนวน 1 ถัง , จุนสี 5 กิโลกรัม จำนวน 1 ถัง และโซดาแอชไลท์ 15 กิโลกรัม จำนวน 2 ถัง

ซึ่งถังที่ใส่โซดาแอชไลท์ 1 ถัง มีผงคลอรีนตกค้างอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ที่ผสมสารยอมรับว่าไม่ทันได้สังเกตเพราะห้องเก็บสารเคมีค่อนข้างมืด จึงตักสารเคมีแต่ละชนิดลงในถังที่เตรียมไว้ จากนั้นจึงยกถังทั้งหมดมาตั้งไว้บริเวณช่องบันไดทางขึ้นสระว่ายน้ำ ห่างจากขอบสระประมาณ 3-4 เมตร จากนั้นจึงได้ตักน้ำในสระขึ้นมาผสมกับสารเคมีในแต่ละถัง กระทั้งมาถึงถังที่มีโซดาแอชไลท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ามีคลอรีนตกค้างอยู่เมื่อเทน้ำลงไปจึงทำให้สารเคมี 2 ชนิดเกิดการปะทุและเป็นควันพวยพุ่งออกมา เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าเหตุการณ์ไม่ปกติจึงประกาศให้ผู้มาใช้บริการรีบขึ้นจากสระและออกจากตัวอาคาร แต่เนื่องจากที่ตั้งของถังผสมสารเคมีอยู่ใกล้กับประตูทางออก ทำให้ผู้มาใช้บริการได้สูดดมกลิ่นเข้าไป

"สารเคมีดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะนำมาใช้บำบัดน้ำในสระว่ายน้ำ หลังจากปิดให้บริการในแต่ละวัน ในเวลา 20.00 น. โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมของสภาพน้ำ โดยขั้นตอนการบำบัดจะใช้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติงานเอง ตั้งแต่ขั้นตอนการผสมสารเคมีไปจนถึงการเทสารลงในน้ำ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ทำมากว่า 20 ปี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นความประมาทของเจ้าหน้าที่เอง

ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นได้ออกมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก โดยจากนี้การผสมสารเคมีจะต้องทำในช่วงที่ไม่มีผู้ใช้บริการอยู่ในบริเวณสระหรือตัวอาคาร นอกจากเจ้าหน้าที่ , การจัดเก็บสารเคมีในห้องให้มีความเหมาะสม เป็นระเบียบเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการใช้สารเคมี และเป็นห้องทีีอากาศถ่ายเทได้สะดวก , เจ้าหน้าที่ที่ผสมสารต้องสวมชุดที่มีอุปกรณ์เพื่อป้องกันตนเอง , มีคณะกรรมร่วมตรวจสอบสภาพน้ำทุก 2 สัปดาห์ , การจัดทำป้ายประกาศให้ผู้ใช้บริการรับทราบข้อมูล และหลักเกณฑ์การใช้สระว่ายน้ำอย่างเคร่งครัดในที่ที่เห็นได้ชัดเจน , การจัดหาเครื่องมือผสมสารเคมีแบบอัตโนมัติ รวมทั้งการจัดทำป้ายแสดงค่ามาตรฐานของน้ำเป็นประจำทุกวันด้วย

ด้าน รศ.ดร.พญ.เนสินี ไชยเอีย หัวหน้าสำนักงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับสารเคมีเข้าไปจำนวนมาก เพราะอาจทำให้เสียชีวิตได้ จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมั่นใจว่าการปะทุของสารเคมีครั้งนี้เกิดจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างผงคลอรีนและโซดาแอชไลท์ ซึ่งสาร 2 ชนิดเมื่อถูกนำมาผสมกันจะกลายเป็นโซเดียมไฮโบรคลอไลท์ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารฟอกขาว ซึ่งการปะทุเกิดขึ้นในระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำน้ำจากสระว่ายน้ำมาเทลงในถัง จึงทำให้เกิดเป็นควันพวยพุ้งออกมา

การผสมสารเคมีที่ถูกต้อง ผู้ผสมจะต้องเริ่มจากการเตรียมถังที่จะใช้ผสมสารเคมีว่ามีสิ่งตกค้างอยู่หรือไม่ โดยการผสมจะต้องเริ่มจากการใส่น้ำลงไปในถังก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ เทสารเคมีลงไปทีละนิดๆ และค่อยๆกวนให้เข้ากัน จากการตรวจสอบพบว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการผสมสารที่ผิดขั้นตอน เพราะผู้ผสมจะใส่สารเคมีลงไปก่อน จากนั้นจะนำน้ำมาเทใส่จึงทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของสารเคมีเมื่อโดนน้ำ รศ.ดร.พญ.เนสินี กล่าว

ข่าวล่าสุด