ทนายวัดปากน้ำฯ ระบุ "สมเด็จช่วง" ยังไม่ให้ปากคำดีเอสไอ วันนี้

16 มี.ค.59 -- ทนายวัดปากน้ำฯระบุ สมเด็จช่วงยังไม่ให้ปากคำดีเอสไอวันนี้ แจงแค่นัดพูดคุย ให้ทำหนังสือนัดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ข่าว
นายสมศักดิ์ โตรักษา หัวหน้าทีมทนายความวัดปากน้ำฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ ) เข้าสอบปากคำว่า ในวันนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ จะลงมาพูดคุยกับดีเอสไอด้วยตัวเอง แต่จะเป็นการหารือเพื่อให้ดีเอสไอกำหนดกรอบในการสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องกับความผิดในการจัดซื้อรถยนต์จดประกอบในขั้นตอนใด แต่จะไม่ให้ดีเอสไอทำการสอบปากคำ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้ส่งหนังสือมาเพื่อขอเข้าพบสมเด็จช่วงเท่านั้น โดยไม่ได้มีการระบุว่าจะสอบปากคำแต่อย่างใด
ดังนั้น ในวันนี้จึงเป็นการพูดคุยกันว่าจะสอบสมเด็จช่วงในประเด็นใดบ้าง จากนั้น ดีเอสไอจะต้องทำหนังสือในการขอสอบปากคำอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการสืบสวนสอบสวนในคดี
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่มาของเงินซื้อรถโบราณจำนวน 4 ล้านบาท ตนขอชี้แจงว่า จำนวนเงินดังกล่าว มีผู้มีจิตศรัทธามอบเงินสดผ่านโครงการซื้อรถโบราณ 1 ล้านบาทแก่สมเด็จช่วงโดยตรง เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์โบราณ ซึ่งเป็นการบริจาคส่วนตัว จึงไม่มีใบอนุโมทนาบัตร แต่มีหลักฐานการสั่งจ่ายเช็คชัดเจน ซึ่งผู้บริจาคได้เข้าให้ปากคำกับดีเอสไอแล้ว ส่วนเงินอีก 3 ล้านบาท ได้มาจากการรวบรวมจากผู้มีจิตศรัทธาผ่านโครงการซื้อรถโบราณ โดยมอบให้พระมหาศาสนามุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ เป็นผู้ดำเนินการ
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 19.30 น. ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมคณะพนักงานสอบสวนจากสำนักคดีภาษีอากรและอัยการจากสำนักการสอบสวน รวม 7 คน ได้เข้าพบสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ โดยทางวัดได้จัดสถานที่สอบสวนภายในอาคารมงคลเทพมุนี และภายในอาคารดังกล่าว อนุญาตให้เฉพาะนักงานสอบสวนเข้าไปเท่านั้น และห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป หรือเลียบเคียงอาคาร
ขณะที่สื่อมวลชนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ และไม่อนุญาตให้ถ่ายหรือบันทึกภาพ โดยระบุว่า พื้นที่ภายในวัดเป็นเขตสงฆ์ ห้ามถ่ายภาพ เว้นแต่ทางวัดจะอนุญาต ทั้งนี้ ภายหลังการสอบปากคำ ทีมทนายจะแถลงข่าวภายหลัง ส่วนดีเอสไอถ้าอยากจะแถลง ขอให้กลับไปที่กรม