ที่หมวดการขนส่งทางอากาศ กองบิน 23 อุดรธานี นายชยาวุธจันทรผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนายรักสกุล สุริโยเกษตรและสหกรณ์จังหวัด บินสำรวสถานการณ์ภัยแล้ง และไฟป่า-หมอกควัน โดยเฮลิคอปเตอร์ ศูนย์ปฏิบัติการณ์ทำฝนหลวง โดยเริ่มทำการบินสำรวจจากประตูควบคุมน้ำห้วยหลวง ก่อนไหลลงแม่น้ำโขง อ.โพนพิสัย จ.หนองคายมาตามแนวลำน้ำห้วยหลวง จากกลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง จนถึงลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนบน ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง บริเวณประตูควบคุมน้ำห้วยหลวง กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ พลังงานไฟฟ้า 2 ชุดละ 4 เครื่องเพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำโขง ข้ามประตูควบคุมน้ำเข้ามาในลำน้ำห้วยหลวง เพื่อส่งไปช่วยเหลือข้าวนาปรัง และการเกษตรอื่นๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง ซึ่งกรมชลประทานศึกษาออกแบบ โครงการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำครอบคลุมพื้นที่ 36 ตำบล 8 อำเภอ จ.หนองคาย และอุดรธานี ระยะเวลา 6 ปี วงเงิน 22,000 ล้านบาท ซึ่งมีวาระภาคเอกชนจะเสนอ ในที่ประชุม กรอ.อีสานตอนบนที่1วันที 18 มีนาคมนี้ที่ มรภ.อุดรธานี
นายชยาวุธ กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มห้วยหลวงตอนล่างครอบคลุมพื้นที่ อ.สร้างคอม และ อ.พิบูลย์รักษ์ อ.บ้านดุง บางส่วน เกษตรกรสามารถทำนาปรังได้ เนื่องจากในพื้นที่ต่อเนื่องกับลุ่มน้ำตอนล่างมีสภาพอุดมสมบูรณ์ แต่ในส่วนลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนบน จนไปถึงพื้นที่ต้นน้ำเทือกเขาภูพานน้อย มีหลายพื้นที่มีน้ำน้อย บางแห่งแห้งขอดตื้นเขิน บางแห่งยังพบว่ามีหนองน้ำอยู่บ้าง การบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่ ได้สั่งการให้ทุกอำเภอ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่น่าเป็นห่วง เพราะยังอยู่ในช่วงของเอลนีโญ เก็บกักน้ำไว้ใช้ โดยใช้โครงการ1อำเภอ 88 ฝาย 88 พรรษา ขณะนี้ทั้งจังหวัดทำฝายกระสอบทรายไปได้ 1,020 แห่ง ทำให้มีน้ำเก็บกักเพิ่มนำไปใช้อุปโภค-บริโภค และปศุสัตว์ โดยมีบางท้องที่ให้จัดสร้างเป็นฝายถาวร นอกจากนี้ยังมีโครงการปิดทองหลังพระ เก็บกักน้ำในพื้นที่กระจายทั้งจังหวัด