"บ.อัครา" ไม่ยอมรับผลตรวจเลือด
11 มี.ค. 2559 | wanchat

บริษัทอัคราฯผู้ประกอบการเหมืองทองจ.พิจิตรไม่ยอมรับผลตรวจเลือดชาวบ้านรอบเหมืองของอาจารย์ม.รังสิต ชี้เกณฑ์ไม่เป็นไปตามหลักสากล แตกต่างจากข้อมูลผลศึกษาของสธ.-กรมควบคุมมลพิษ
ข่าว
11 มี.ค. 2559 | wanchat

บริษัทอัคราฯผู้ประกอบการเหมืองทองจ.พิจิตรไม่ยอมรับผลตรวจเลือดชาวบ้านรอบเหมืองของอาจารย์ม.รังสิต ชี้เกณฑ์ไม่เป็นไปตามหลักสากล แตกต่างจากข้อมูลผลศึกษาของสธ.-กรมควบคุมมลพิษ
ผู้จัดการฝ่ายประสานกิจการภายนอก บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ บอกว่า กรณีอาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิตระบุผลตรวจเลือด ทั้งผู้ใหญ่ และ เด็ก ที่อยู่รอบเหมืองแร่ทองคำในจ.พิจิตรจำนวนเกินกว่าครึ่งของการสุ่มตรวจ พบค่าสารโลหะหนัก เกินมาตรฐานนั้น เห็นว่าผลตรวจที่นำเสนอไม่มีความเป็นวิทยาศาสตร์ตามหลักสากล เพราะไม่มีการระบุพื้นที่ขอบเขตในการศึกษา และขนาดกลุ่มประชาชนตัวอย่าง ไม่มีการคัดกรองตามวิธีการระบาดวิทยาตามหลักวิทยาศาสตร์ ใช้เกณฑ์การสรุปผลที่ไม่ถูกต้องตามหลักสากล
อีกทั้งสิ่งที่ได้นำเสนอแตกต่างจากข้อมูลของหน่วยงานรัฐอื่นๆ อย่างมาก โดยข้อมูลการศึกษาล่าสุดเรื่องคุณภาพพืชผัก และน้ำ ในพื้นที่ของกระทรวงสาธารณสุข หรือกรมควบคุมมลพิษระบุว่าพืชผักและน้ำในพื้นที่มีความปลอดภัย
ทั้งนี้ เมื่อวานนี้(10 มี.ค.) ดร.สมิธ ตุงคะสมิต ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิตได้รายงานผลผลการตรวจเลือดประชาชนรอบเหมืองทองคำจ.พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ จำนวน 1,004 คน ซึ่งดำเนินการระหว่างเดือน สิงหาคม - พฤศจิกายน 58 ที่นำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรว่าพบมีสารโลหะหนักเกินมาตรฐาน 669 คน มีแมงกานีสเกินมาตรฐาน 420 คน สารหนู 196 คน ไซนาไนด์ 59 คน และพบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีปริมาณโลหะหนักในร่างกายเกินมาตรฐานจำนวน 222 คน จากเด็กทั้งหมดที่รับการตรวจ 297 คน และได้ส่งข้อมูลถึงกระทรวงอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกันวานนี้ผู้บริหารและคนงานจากบริษัทอัคราฯ 50 คนได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อขอให้พิจารณาต่อใบอนุญาตในการประกอบกิจการ ที่กำลังจะหมดลงในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยให้เหตุผลว่าหากมีการหยุดการประกอบกิจการจะส่งผลกระทบการจ้างงานของคนในพื้นที่กว่า 2,000 คน