เตรียมเอาผิด รพ.เอกชน จ้างหมอจบใหม่นั่ง ผอ.
11 มี.ค. 2559 | lastman

นายกแพทยสภาเผย สถานพยาบาลเอกชน จ้างหมอจบใหม่เป็น ผอ. เจอทำผิดเปลี่ยน ผอ.ใหม่ไปเรื่อย เลี่ยงความผิด เสนอแก้กฎหมายตามเอาผิดถึงเจ้าของปิดสถานพยาบาล
ข่าว
11 มี.ค. 2559 | lastman

นายกแพทยสภาเผย สถานพยาบาลเอกชน จ้างหมอจบใหม่เป็น ผอ. เจอทำผิดเปลี่ยน ผอ.ใหม่ไปเรื่อย เลี่ยงความผิด เสนอแก้กฎหมายตามเอาผิดถึงเจ้าของปิดสถานพยาบาล
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่เลขา นายกแพทยสภา บอกว่า ที่ประชุมกรรมการแพทยสภาได้พิจารณากรณีโครงการเฟซออฟ ดร.เซปิง ไชยศาส์น กรณีแพทย์หญิงออกรายการโทรทัศน์ตื่นมาคุย ฐานโฆษณาโอ้อวดเกินจริง และการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรมผ่านสื่อออนไลน์ โดยกรณีโครงการเฟซออฟ แพทยสภามีมติให้ส่งอนุกรรมการจริยธรรมสอบสวนแพทย์ที่เกี่ยวข้อง 2 คน คือ แพทย์ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ผ่าตัดและแพทย์ที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลหรือ ผอ.รพ.ศัลยกรรมตกแต่งกมล ตามที่แจ้งไว้ในการขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) รวมถึง กรณีแพทย์หญิงที่ออกรายการตื่นมาคุยก็ให้ส่งเรื่องเข้าอนุกรรมการจริยธรรมฯ เช่นกัน
การขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลเอกชนกับกรม สบส.นั้น ต้องระบุชื่อผู้ประกอบการหรือเจ้าของอาจไม่ใช่แพทย์ก็ได้ และผู้ดำเนินการสถานพยาบาลหรือ ผอ.ที่จะต้องเป็นแพทย์เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันแพทยสภามีการตรวจสอบพบว่าสถานพยาบาลเอกชนจำนวนมากมีการว่าจ้างแพทย์จบใหม่มาเป็น ผอ.สถานพยาบาล ด้วยค่าตอบแทนหลักแสนบาทต่อเดือน จนเมื่อสถานพยาบาลมีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 หรือข้อบังคับแพทยสภา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโฆษณาเกินจริงหรือเรื่องอื่นๆ ตามกฎหมาย ผอ.ต้องรับผิดชอบ
ดังนั้น แพทย์จบใหม่ที่เป็น ผอ.ก็ต้องรับความผิดไป แต่มักจะเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก โทษจากแพทยสภาก็จะเป็นการตักเตือน จากนั้นเจ้าของสถานพยาบาลดังกล่าวจะไปว่าจ้างแพทย์จบใหม่คนอื่นมาเป็น ผอ.แทน เป็นการเลี่ยงโทษที่เพิ่มขึ้นจากการที่สถานพยาบาลแห่งนั้นกระทำความผิดซ้ำ กรณีนี้แพทยสภาจะหารือกับกรม สบส.เพื่อแก้ไขกฎหมายให้เอาผิดกับเจ้าของสถานพยาบาลและให้มีโทษถึงขั้นปิดสถานพยาบาลแห่งนั้นด้วย รวมทั้งแพทยสภาจะพิจารณาเพิ่มโทษแพทย์อาจถึงขั้นภาคทัณฑ์และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ไม่ใช่เพียงตักเตือน