ศธ.ได้กำหนดมาตรการให้องค์กรหลัก หน่วยงาน และสถานศึกษาในกำกับศธ. ทั่วประเทศ ดำเนินการ ดังนี้ ให้ความรู้ประชาชน โดยมีคู่มือรับมือภัยแล้งซึ่งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)ได้จัดทำต้นฉบับ โดยจะพิมพ์แจกจ่ายให้สถานศึกษาทั่วประเทศ ทั้งสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กศน. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อส่งต่อให้นักเรียนและประชาชน ได้ศึกษา ผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมนทุกตำบล เพื่อสร้างความรู้เกี่ยวกับการรับมือภัยแล้ง รวมทั้งสิ้นจำนวน 300,000 เล่มรวมถึงจะมีการจัดทำในรูปแบบแผนพับ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ
ซึ่งภายในคู่มือ จะมีวิธีการประหยัดน้ำ อาทิ วิธีการประหยัดน้ำให้มีใช้ตลอดช่วงภัยแล้ง การขุดลอกคูคลองและบ่อบาดาล เพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำ เป็นต้น โดยสถานศึกษาทั้งหมดจะเป็นต้นแบบในการดำเนินการ และขยายผลให้บริหารไปยังชุมชนต่าง ๆ ในส่วนของสอศ. จะนำไปเผยแพร่ในการให้บริการของศูนย์ Fix it center เคลื่อนที่เข้าไปในชุมชน ร่วมมือกับกศน. บริการสอนอาชีพเสริมให้กับเกษตรกร ที่ช่วงนี้อาจจะมีน้ำใช้ไม่เพียงพอทำการเกษตร ก็สามารถมาทำอาชีพเสริมอื่น ๆ เพื่อให้มีรายได้ในการดำรงชีพ ส่วนระดับมหาวิทยาลัย อยู่ในระดับที่ดูแลตัวเองได้ ดังนั้น สกอ.จะประสานไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นกำลังหลักสำคัญ ให้มาช่วยคิดมาตรการแก้ปัญหาระยะยาว
ขณะเดียวกัน ยังขอให้สถานศึกษาไปดูแหล่งน้ำสำรอง โดยปัจจุบัน สพฐ.มีโรงเรียนในสังกัดที่มีบ่อน้ำบาดาลอยู่จำนวน 3,347 แห่ง ให้ไปสำรวจน้ำบาดาลที่มีอยู่ว่าเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคหรือไม่ หากเพียงพอก็ขอให้ช่วยเหลือประชาชน รวมถืงอาจจะต้องฟื้นวิธีการเก็บกักน้ำ เหมือนสมัยก่อนขึ้นมา ทั้งการใช้ผ้ากรองน้ำใส่ ตุ่มหรือโอ่งเพื่อรองรับน้ำ ไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค โดยมาตรการทั้งหมด สถานศึกษาของศธ. ทุกแห่ง จะต้องเป็นต้นแบบในการประหยัดน้ำ ในภายในสถานศึกษา และให้ความช่วยเหลือและให้ความรู้ประชาชนนอกสถานศึกษาด้วย นพ.กำจรกล่าว
อย่างไรก็ตามสำหรับการตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่พบว่า มีสถานศึกษาใดได้รับความเดือนร้อนจากภัยแล้ง แต่ก็ต้องให้ความรู้เพื่อป้องกัน ซึ่งไม่ใช่แค่มาตรการดังกล่าวเท่านั้น ยังรวมถึงการให้ความรู้ เรื่องการป้องกันไฟป่า ในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงโรคภัยที่จะตามมาในช่วงที่เกิดปัญหาภัยแล้งด้วย โดยเรื่องนี้จะต้องประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เข้ามาช่วยให้ความรู้กับประชาชนในการป้องกัน เบื้องต้น จะมีการส่งเสริมสุขอนามัยโดยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ