เนชั่นทีวี

ข่าว

"ธาริต"โต้"ป.ป.ช." คำนวณเงินมั่ว-กล่าวหาไม่เป็นธรรม

10 มี.ค. 2559 |

"ธาริต"โต้"ป.ป.ช."  คำนวณเงินมั่ว-กล่าวหาไม่เป็นธรรม

--10 มี.ค.59-- ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ส่งจดหมายชี้แจงสื่อมวลชน โต้ป.ป.ช.คำนวณผิดหลัก ยันทรัพย์สินไม่มาก จ่อตั้งทนายสู้ หลังถูกป.ป.ช.ชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ เเละที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ส่งจดหมายชี้เเจงต่อสื่อมวลชนหลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติ เเละให้นายกรัฐมนตรีสอบวินัยว่า ข้าพเจ้าขอแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนดังต่อไปนี้
ข้อ 1. อนุกรรมการไต่สวนฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อข้าพเจ้าถึง 2 ครั้ง ทั้งนี้ อนุกรรมการได้นำเอาเงินฝากหมุนเวียน ผ่านบัญชีของข้าพเจ้าและภรรยา ที่เปิดไว้กับธนาคารต่างๆ ซึ่งเป็นการฝากและใช้จ่ายตามปกติทุกรายการที่ปรากฏในบัญชีธนาคาร ตลอดเวลาที่ข้าพเจ้าดำรงตาแหน่งอธิบดีฯ (พ.ศ.2552 - 2557) และย้อนหลังไปก่อนดำรงตำแหน่งหลายปีบวกทบๆกัน โดยไม่ได้พิจารณาว่า เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเป็นการคิดคำนวณที่ไม่เป็นตามหลักบัญชี รวมทั้งทรัพย์สินอื่นมาบวกรวมกันให้เห็นว่า ข้าพเจ้ามีทรัพย์สินที่มากเกินความเป็นจริง แล้วกล่าวหา ข้าพเจ้าว่าร่ำรวยผิดปกติ ทั้งทรัพย์สินส่วนใหญ่ก็ไม่มีอยู่จริงและทุกรายการก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า การมีหรือได้มาทรัพย์สินตามที่กล่าวหานั้น เป็นการไม่ชอบหรือไม่มีเหตุอันควรหรือมีพฤติการณ์ ที่ร่ารวยผิดปกติอย่างไร

ยกตัวอย่างเช่น บัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ภรรยาของข้าพเจ้าใช้ฝากเงิน เพื่อหมุนเวียนซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 6 ล้านบาท ตลอดเวลา 5 ปี ที่ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่ง ย่อมมีการถอนออกแล้วฝากเข้าเป็นปกติของการซื้อขายหุ้น แต่อนุกรรมการ ป.ป.ช. ใช้วิธีนำเอาเฉพาะรายการฝากทุกๆ ครั้งบวกทบๆ กัน จึงทำให้ยอดบัญชีสูงถึง 86 ล้านบาท ทั้งที่ตัวเงินจริงมีเพียง 6 ล้านบาทที่หมุนเวียน เป็นต้น
การกล่าวหาว่าข้าพเจ้าร่ำรวยผิดปกติ จึงมี ความคลุมเครือไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้เข้าใจข้อกล่าวหาได้ดี และไม่อยู่ในวิสัยที่วิญญูชนจะสามารถจดจำนำหลักฐานมาชี้แจงข้อกล่าวหาได้ ซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยระเบียบตามข้อ 37 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 47 และมาตรา 125
ประการสำคัญ อนุกรรมการ ป.ป.ช. ใช้วิธีคิดคำนวณรายได้จากเงินเดือน และค่าตอบแทนเฉพาะการรับราชการของข้าพเจ้าและภรรยาเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบถึงรายได้จาก การทำธุรกิจเช่น การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ การซื้อขายที่ดิน และการลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ทองคำ และอัญมณี ซึ่งในปัจจุบันการมีรายได้จากธุรกิจต่างๆ ของข้าราชการเป็นเรื่องปกติ ที่กระทำได้โดยชอบ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานหรือพฤติการณ์ใดๆ เลยที่แสดงว่า ข้าพเจ้า มีทรัพย์สินเหล่านั้น หรือได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหรือโดยไม่ถูกต้อง
ข้อ 2. ข้าพเจ้าขอตั้งคำถามต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังต่อไปนี้
(1) วิธีคิดคำนวณทรัพย์สินของข้าพเจ้าเป็นไปตามหลักการทางบัญชีที่คนปกติเขาใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันหรือไม่(2) การปฏิบัติต่อข้าพเจ้าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่(3) ได้ปฏิบัติกับข้าพเจ้าเท่าเทียมกับปฏิบัติต่อบุคคลอื่นๆ หรือไม่
ข้อ 3. ข้าพเจ้าจะได้แต่งตั้งทนายความขึ้นต่อสู้ในชั้นศาลยุติธรรมต่อไป และหาก ในที่สุดศาลตัดสินว่า ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำผิดตามที่ ป.ป.ช. มีมติแล้ว ถึงตอนนั้น ป.ป.ช. จะรับผิดชอบต่อความไม่เป็นธรรมที่ได้กระทำกับข้าพเจ้าหรือไม่ อย่างไร
ทั้งนี้่นายธาริตกล่าวเสริมว่า ตนไม่มีความรู้สึกใดๆกับมติดังกล่าว ทั้งนี้กรณีดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบกับภรรยาของตน เพราะเป็นการชี้มูลความผิดส่วนบุคคล แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่าในกรณีที่มีการชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่สรรพากรร่ำรวยผิดปกติ ป.ป.ช.ได้ระบุว่ามีทรัพย์สินที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แต่กรณีของตนไม่มีเรื่องปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเลย แต่กลับถูกชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติโดยนำบัญชีรายได้ของตนและภรรยาไปบวกรวมกันส่วนรายได้จากการขายที่ดินและการขายหุ้น ป.ป.ช.ไม่ได้รับฟังหลักฐานส่วนนี้

ข่าวล่าสุด