นายนิธิศมนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานบสย. ปี 2559 ว่า ได้กำหนดทิศทางการบริหารงานบสย. ในปี 2559 มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกตอบสนองนโยบายรัฐบาล ขับเคลื่อนแผนงานไปในทิศทางเดียวกับแผนงานของรัฐบาล ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้นซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา โดยผลดำเนินงานในปีที่ผ่านมาบสย. สามารถช่วยผู้ประกอบการ เข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 7หมื่นรายโดยเป็นผู้ประกอบการรายย่อยสูงถึง 5 หมื่นรายและมียอดค้ำประกันรวมกว่า 1 แสนล้านบาท
สำหรับทิศทางและแผนการดำเนินงานในปี2559 ประกอบด้วย
1. แผนงานการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs 2.7 ล้านราย ให้เข้าถึงสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ประกอบด้วย
1.1. ผู้ประกอบการทั่วไป
1.2. กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย
1.3. กลุ่มผู้ประกอบการพิเศษเช่น กลุ่มนวัตกรรม (Innovation) และกลุ่มเริ่มต้น(Start-up) ซึ่งเป็นกลุ่มนักรบใหม่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
นอกจากนี้บสย. ได้ให้ความช่วยเหลือค้ำประกันสินเชื่อกับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEsภาคการเกษตรภายใต้โครงการรัฐบาล 1ตำบล 1 SMEs เกษตรซึ่งขณะนี้ บสย. ได้เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านการค้ำประกันสินเชื่อแล้วโดยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
2. แผนงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อเพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่มโดยปัจจุบัน บสย. มีผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อ 3 กลุ่มประกอบด้วย
2.1. ผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อโครงการPGS 5 (ปรับปรุงใหม่) สำหรับผู้ประกอบการทั่วไปขนาดกลางและเล็ก วงเงินรวม 100,000 ล้านบาทปัจจุบัน บสย. อนุมัติวงเงินค้ำประกันไปแล้ว 58,000 ล้านบาท เหลือวงเงินอนุมัติอีกประมาณ 42,000 ล้านบาทซึ่งจะสิ้นสุดโครงการรับคำขอในวันที่ 30 มิถุนายน2559โดยวางแผนว่าจะนำเสนอโครงการใหม่ เพื่อช่วยผู้ประกอบการต่อเนื่องภายในปีนี้คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในไตรมาสที่ 3 โดยขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากธนาคาร
2.2. ผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อผู้ประกอบการกลุ่มนวัตกรรม(InnovationSMEs) และกลุ่มเริ่มต้น (Start-up) ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักรบใหม่ วงเงินค้ำประกันรวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอกระทรวงการคลัง
2.3. ผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย(ระยะ 2) ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติไปแล้วเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาวงเงิน 13,500 ล้านบาท ค้ำประกันสูงสุดรายละไม่เกิน 200,000 บาท โดยปรับเกณฑ์สินทรัพย์ถาวร จาก 200 ล้านบาท เหลือ 5 ล้านบาทเพื่อเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้จำนวนรายมากขึ้นและจะสิ้นสุดโครงการในปี 2560 โดยคาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการรายย่อยได้135,000 ราย
นอกจากนี้บสย. ยังได้เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้า อาทิกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) ซึ่งขณะนี้ร่างกฏหมายที่มีการแก้ไขได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังและอยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)
3. แผนงานด้านการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อผู้ประกอบการSMEs เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการ SMEs (Financial Literacy) โดยออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการ SMEs แต่ละกลุ่ม โดยให้ฝ่ายกิจการสาขาทั้ง 11 แห่ง ร่วมกับศูนย์บ่มเพาะธุรกิจในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ
4. แผนงานพัฒนาองค์กรและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในด้านการค้ำประกันสินเชื่อและการออกหนังสือค้ำประกันให้รวดเร็วขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตและการใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อรายย่อยที่เพิ่มขึ้นโดยปีที่ผ่านมา บสย. ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านเทคโนโลยี และการพัฒนาโครงการค้ำประกันสินเชื่อออนไลน์
ทั้ง 4แผนงานนี้จะเป็นทิศทางการขับเคลื่อนการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEsโดย บสย.ตั้งเป้าหมายการค้ำประกันสินเชื่อที่จะช่วยผู้ประกอบการได้ไม่ต่ำกว่า80,000 รายคาดว่าจะสามารถผลักดันยอดค้ำประกันให้ได้ 100,000ล้านบาท