เนชั่นทีวี

ข่าว

ทนายวัดปากน้ำส่งคืน! รถเบนซ์"สมเด็จฯช่วง" ให้ดีเอสไอ อ้างถูกอู่หลอกขาย

07 มี.ค. 2559 |

ทนายวัดปากน้ำส่งคืน! รถเบนซ์"สมเด็จฯช่วง" ให้ดีเอสไอ อ้างถูกอู่หลอกขาย

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ ) - 7 มี.ค. 59 - ทนายวัดปากน้ำฯส่งคืนรถเบนซ์สมเด็จฯช่วงให้ดีเสไอ อ้างถูกอู่วิชาญหลอกขาย ระบุสมเด็จฯช่วงโอนลอยคืนรถให้หลวงพี่แป๊ะผู้บริจาคแล้ว. แต่เปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองไม่ได้เพราะถูกดีเอสไอระงับธุรกรรม


เมื่อเวลา 15.00 น. นายสุรพงษ์ สิทธิกรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ และเลขานุการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้ใช้รถบรรทุก 6 ล้อ เคลื่อนย้ายรถเบนซ์ทะเบียน ขม.99 กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ทะเบียน งค 1560 กรุงเทพมหานคร จากพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดปากน้ำฯ ซึ่งดีเอสไอตรวจสอบพบว่าผิดกฏหมายทุกขั้นตอน และมีชื่อสมเด็จฯช่วงเป็นผู้ครอบครอง มาส่งมอบให้กับดีเอสไอ โดยมีพ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค เป็นผู้รับรถมอบไว้ ทั้งนี้ภายหลังรับมอบรถเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสภาพรถ หมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ ก่อนจะนำไปเก็บรักษาไว้เป็นของกลางในคดีที่อาคารจอดรถยนต์ตึกบริษัทไปรษณีย์
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ตนได้ยื่นหนังสือที่ได้รับมอบอำนาจจากหลวงพี่แป๊ะถึงดีเอสไอเพื่อส่งมอบรถ และขอให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับอู่วิชาญ (ผู้ขาย ) เนื่องจากหลวงพี่แป๊ะไม่รู้ว่าเป็นรถผิดกฏหมายจึงมีสถานะเป็นผู้เสียหายหรือเหยื่อ ส่วนประเด็นที่รถดังกล่าวมีชื่อสมเด็จฯช่วงเป็นผู้ครอบครอง ปัจจุบันสมเด็จฯช่วงได้คืนรถให้ผู้บริจาคแล้ว พร้อมกับเซ็นโอนลอยมาให้กับหลวงพี่แป๊ะ ซึ่งเป็นผู้บริจาคมาหลายวันแล้ว.โดยรถเป็นสังหาริมทรัพย์พิเศษไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์จึงสามารถโอนลอยได้ แต่ไม่สามารถโอนเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองได้เนื่องจากดีเอสไอระงับการทำธุรกรรมรถยนต์คันดังกล่าว.

ทนายวัดปากน้ำส่งคืน! รถเบนซ์"สมเด็จฯช่วง" ให้ดีเอสไอ อ้างถูกอู่หลอกขาย


ผู้สื่อข่าวถามว่า สมเด็จฯช่วงและหลวงพี่แป๊ะจะให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนได้เมื่อใด นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สมเด็จฯช่วงจึงไม่ต้องให้ถ้อยคำ เพราะไม่อยู่ในสถานะผู้ต้องหา เพราะจนถึงขณะนี้ดีเสอไอยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดกฎหมายในมาตราใดบ้าง นอกจากนี้ยังขอความเป็นธรรมให้กับสมเด็จฯช่วง โดยขอให้ดีเอสไอตรวจสอบรถยนต์จดประกอบกว่า 7,000 คัน ให้ครบถ้วน โดยขอให้ระบุชื่อและนามสกุลผู้ครอบครองรถจดประกอบทุกคัน อย่าเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะสมเด็จฯช่วงรายเดียวด้านพ.ต.ท. กรวัชร์ กล่าวว่า ดีเอสไอรับรถไว้ดูแล แต่ไม่ต้องตรวจสอบเพิ่มแล้ว เพราะการตรวจแล้วเสร็จแถลงผลตรวจว่าเป็นรถยนต์ผิดกฎหมายไปแล้ว. ส่วนประเด็นที่ทนายความระบุว่าสมเด็จฯช่วงจะไม่เข้าให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนนั้น ตนยังไม่ขอตอบในตอนนี้เพราะคดีอยู่ในอำนาจการสอบสวนของสำนักคดีภาษีอากร สำหรับรถจดประกอบคันอื่นๆดีเอสไอจะตรวจสอบให้ครบถ้วนตามแนวทางการประชุมที่มีพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม. เป็นประธาน ทั้งนี้ขอยืนยันว่าการตรวจสอบของดีเอสไอทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้เลือกปฏิบัติ

ทนายวัดปากน้ำส่งคืน! รถเบนซ์"สมเด็จฯช่วง" ให้ดีเอสไอ อ้างถูกอู่หลอกขาย

ข่าวล่าสุด