1.เมื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้แจ้งครม.และสนช.ทราบ และให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ พร้อมกับให้คณะกรธ.จัดทำคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ และส่งให้กกต.ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่แจ้งครม. 2.คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิลงประชามติต้องใกล้เคียง กับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งสุดท้าย ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ยกเว้นในส่วนที่เกี่ยวกับอายุ ให้ผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันออกเสียงประชามติเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ 3.การจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ต้องกระทำในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ในการนี้ สนช.จะมีมติเสนอประเด็นอื่นใด ไม่เกินหนึ่งประเด็นที่สมควรให้ กกต.จัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบพร้อมไปในคราวเดียวกันด้วยก็ได้ แต่ต้องเสนอภายใน 15 วัน
4.ให้กกต.ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 90 วันแต่ไม่ช้ากว่า 120 วันนับแต่วันถัดจากวันที่คณะกรธ.ส่งคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้กกต. 5.ในการออกเสียงประชามติ ถ้าคะแนนเสียงข้างมากของผู้ออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการออกเสียงประชามติ และเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ให้คณะกรธ.ดำเนินการปรับปรุงคำปรารภของร่างรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์และสอดคล้องกับผลการลงประชามติ