นายอดิศร นุชดำรงค์รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า จากการตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของเสือโคร่งของกลางจำนวน 10 ตัว ที่ขนย้ายมาดูแลที่สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จังหวัดราชบุรี พบว่าเสือส่วนใหญ่ลดความเครียดและมีการปรับตัวอยู่กับสถานที่ใหม่ได้แล้ว แต่ยังมีการจัดทีมสัตวแพทย์คอยดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
ส่วนการขนย้ายเสือที่เหลืออีก 138 ตัว ทางวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีบอกว่า จะให้นำเสือออกได้อีก 10 ตัวในวันที่ 15 มีนาคมนี้ แต่ยังไม่ค่อยมั่นใจว่า ถ้าถึงวันนั้นทางวัดจะให้ความร่วมมือด้วยดีหรือไม่ เพราะทุกครั้งก็จะให้ทยอยขนเพียง 5 ตัวเท่านั้น
"ถ้ายังนำออกได้แค่เดือนละ 5 ตัวคงต้องใช้เวลาถึง 2 ปีกว่าจะขนย้ายทั้งหมด จึงอยากวิงวอนให้ทางวัดขอความร่วมมือให้ท่านทำถูกต้องเพราะคาราคาซังมานานหากได้รับความร่วมมือให้ขนออกประเมินว่าจะขนเสือภายใน 1 เดือน เฉลี่ยวันละ 10 ตัว "นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร บอกว่า แต่หากทางวัดยังไม่ให้ความร่วมมือ ทางกรมอุทยานฯ ต้องปรับแผนใหม่ โดยขั้นต้นจะใช้การขอหมายศาล ให้เปิดกรง และขนย้ายเสือออกมา และหากยังขัดขืนก็คงต้องแจ้งความดำเนินคดี เพราะถือว่าขัดคำสั่งศาล
ทั้งนี้นายอดิศรยังยืนยันว่าไม่อยากต้องใช้วิธีการทางกฎหมายมาบังคับ จึงได้ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 เป็นตัวแทนในการเจรจาขนย้ายเสือแบบการพูดคุยมากกว่าการใช้กฎหมาย และยังไม่ได้กำหนดเวลา แต่มีรายงานมาโดยตลอดว่า ทางวัดยังคงนำเสือของกลาง ที่ยังไม่ขนออกมา นำไปใช้ในการแสดง และให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป และบริจาคเงินกับทางวัดอยู่ เรื่องนี้ถือว่าทำผิดเงื่อนไขอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่มีหลักฐานการค้าเสือ ตอนนี้ได้หลักฐานมาจากเจ้าหน้าที่นักวิจัยชาวออสเตรเลีย ที่เคยอยู่ที่วัด และเขาส่งข้อมูลให้กับทางตำรวจสากลด้วย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ