มติผู้ตรวจฯ ชี้ตั้งสังฆราชไม่ชอบ
04 มี.ค. 2559 | wanchat

บ่ายวันนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะแถลงผลการวินิจฉัย กระบวนการเสนอชื่อสมเด็จช่วง เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ผิดขั้นตอนของกฏหมาย โดยจะต้องเริ่มจะนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ
ข่าว
04 มี.ค. 2559 | wanchat

บ่ายวันนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะแถลงผลการวินิจฉัย กระบวนการเสนอชื่อสมเด็จช่วง เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ผิดขั้นตอนของกฏหมาย โดยจะต้องเริ่มจะนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ
ปัญหากระบวนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ถึงจุดพลิกผันอีกครั้ง เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยออกมาว่ากระบวนการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 มีการทำผิดขั้นตอน
หลังจากที่คุณ ไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อ 19 มกราคม ให้พิจารณาวินิจฉัยข้อกฎหมาย มาตรา 7 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2535 ว่า หน่วยงานใดมีอำนาจในการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช
โดยช่วงบ่ายวันนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะแถลงผลวินิจฉัย ว่า การดำเนินการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชจะ ต้องเริ่มต้นที่นายกฯ โดยหลักฐานรายงานสภาในการพิจารณาแก้ ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เมื่อปี 2535 ระบุชัดเจนว่าต้องเริ่มโดยนายกฯแล้วค่อยส่งให้ มส. เห็นชอบ ดังนั้น มติ มส. เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ให้เสนอชื่อสมเด็จช่วงเป็นสมเด็จพระสังฆราช จึงเป็นการดำเนินการที่ผิดขั้นตอนกฎหมายสำหรับขั้นตอนต่อไป ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะส่งผลการวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากนั้นนายกฯ จะส่งต่อให้ คุณสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และคงจะส่งเรื่องกลับไปที่ มส.ต่อไปคุณไพบูลย์ บอกว่า เมื่อผู้ตรวจการมีมติออกมาเ เท่ากับเป็นการชี้ ว่า มติ มส.เมื่อ 5 มกราคมเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะเป็นมติที่ไม่มีผลใดๆ และ มส.ต้องดำเนินการเพิกถอน หาก มส.ยังเพิกเฉยและยังนำมตินี้ไปใช้ก็จะเรียกร้องให้มีการเพิกถอน ซึ่งอาจจะร้องไปที่ศาลปกครอง และเมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นออกมาแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงไม่นำชื่อสมเด็จช่วงขึ้นทูลเกล้าฯ