คณะอนุกรรมการกำกับผังรายการ และเนื้อหารายการ กสทช. ไพศาล กุวลัยรัตน์ บอก หลังการประชุม ว่า คณะอนุฯ ได้หารือกรณีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการข่าว ทางช่อง 3 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช.
โดยคณะอนุ กรรมการ พิจารณาจากกฎหมายที่เกี่ยวกับการกำกับดู แลผู้รับใบอนุญาต คือช่อง3 ตามประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียง หรือ โทรทัศน์ พ.ศ.2555 ข้อ 14 ที่ระบุให้ผู้รับใบอนุญาต ต้องกำกับดูแลรายการเป็นไปตามจริยธรรมและความเหมาะสม
ในการประชุมของคณะอนุกรรมการวันนี้ ยังไม่มีข้อสรุปต่อการพิจารณา ในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้ สำนักงาน กสทช. เชิญผู้บริหารช่อง 3 ในฐานะผู้รับใบอนุญาตจาก กสทช. มาชี้แจง ในวันจันทร์ที่ 7 มี.ค.นี้ โดยแนวทางการพิจารณากรณีนี้ ใช้หลักการพิจารณาทั้งด้านกฎหมายจากประกาศฯ กสทช. และด้านจริยธรรมของสื่อมวลชน หลังจากศาลอาญามีคำพิพากษาศาลชั้นต้น นายสรยุทธ จำคุก 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
ขณะที่ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ว่า กรณีคุณสรยุทธ มีผลกระทบต่อวงการสื่อมวลชนไทยในภาพรวมซึ่งกำลังอยู่ในภาวะที่ถูกสังคมคำถามต่อความรับผิดชอบและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ แม้กรณีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ แต่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นการพิสูจน์ในขบวนการยุติธรรมมีหลักฐานเพียงพอว่า คุณสรยุทธ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นความผิดทั้งทางด้านอาญาและด้านจริยธรรม เพราะฉะนั้นสังคมจึงมีความคาดหวังว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 จะแสดงความรับผิดชอบและเป็นตัวอย่างในการวางมาตรฐานด้านจริยธรรมด้วยการให้คุณสรยุทธ์ยุติบทบาทหน้าจอ อย่างน้อยเป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจึงที่สิ้นสุด
สื่อมวลชนไทยยึดมั่นในหลักการของการกำกับและดูแลกันเองเพื่อสร้างหลักประกันสำหรับเสรีภาพในการรายงานข้อมูลข่าวสารและแสดงความคิดเห็นมาตลอด แต่จุดยืนของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ต่อกรณีคุณสรยุทธ์ทำให้หลักการของการกำกับดูแลกันเองของสื่อถูกตั้งคำถามมากขึ้น และเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับคนบางกลุ่มที่ต้องการผลักดันให้มีกลไกที่อำนาจทางกฎหมายในการควบคุมและลงโทษสื่อที่ละเมิดจริยธรรม /จึงขอเรียกร้องให้ผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ทบทวนการทำหน้าที่ของคุณสรยุทธ์เพื่อเป็นแบบอย่างในการสร้างบรรทัดฐานด้านจริยธรรมให้กับวงการสื่อมวลชนไทย