นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นายศรีสุวรรณ จรรยา บอกว่า กรณีมีการศึกษาการสร้างกระเช้าไฟฟ้าที่ภูกระดึงนั้น แม้การสร้างกระเช้าจะมาข้อดีที่เอื้อประโยชน์ให้แก่นักท่องเที่ยวบางกลุ่ม แต่เมื่อเทียบกับข้อเสียแล้วไม่สามารถเทียบกันได้ และที่ผ่านมาสมาคมฯพยายามส่งสัญญาณให้รัฐบาลทบทวนปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอด ซึ่งข้อมูลที่รัฐบาลบอกว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยเพียง 1 เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้อง
โดยความจริงแล้วมีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก ขณะนี้รายชื่อมีผู้ร่วมลงชื่อคัดค้านผ่านเว็บไซต์ change.org แล้วกว่า 1 หมื่นรายชื่อและเตรียมจะไปยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป หากรัฐบาลยืนยันเดินหน้าก็อาจนำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลปกครองต่อไป
นายศรีสุวรรณ บอกอีกว่า การสร้างกระเช้าภูกระดึง จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากร สัตว์ป่า และพื้นที่บนหลังแป เนื่องจากกระเช้าจะขนคนจำนวนมากขึ้นไปข้างบน ซึ่งศักยภาพธรรมชาติไม่สามารถที่จะรองรับได้ และอาจนำไปสู่การเสนอขอพัฒนาโครงการอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และเพื่อเพิ่มสาธารณูปโภค เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
แม้จะจำกัดจำนวนไว้ 5 พันคน แต่เชื่อว่าก็ไม่สามารถควบคุมได้เพราะที่ผ่านมามีตัวอย่างจากหลายอุทยานที่ปล่อยให้คนทะลัก รวมทั้งมองว่าการปิดอุทยานในฤดูฝนก็อาจทำไม่ได้ และต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงเพื่อบำรุงรักษากระเช้าให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา ซึ่งน่าห่วงว่าอนาคตอาจจะกลายเป็นศูนย์การค้าอยู่ข้างบน
นอกจากนี้ การจัดเวทีรับฟังความเห็นการสร้างกระเช้าภูกระดึงที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วมและไม่รับรู้ข้อมูล โดยชาวบ้านที่เข้าร่วมเป็นชาวบ้านที่บางฝ่ายได้จัดให้ไปเข้าร่วมเวที ซึ่งปัญหากระเช้าภูกระดึงนี้ควรจะจบไปนานแล้ว เพราะไม่ตอบโจทย์ ชี้ควรอนุรักษ์ภูกระดึงไว้ให้เป็นจุดสนใจอย่างยั่งยืน