นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นายศรีสุวรรณ จรรยา บอกว่า จากการลงพื้นที่บริเวณถนนสาย 304 จุดสร้างอุโมงค์เชื่อมผืนป่าทับลาน- เขาใหญ่ ซึ่งเริ่มดำเนินการไปแล้ว พบว่ามีการเกลี่ยหน้าดิน และทำลายต้นไม้ทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ทั้งสองฝั่งถนนสาย 304 ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ทั้งนี้กรมทางหลวง ในฐานะเจ้าของโครงการ แต่ไม่ไปกำกับดูแล ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง และเป็นการละเลย
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเคยส่งสัญญาณไม่เห็นชอบการขยายถนนสายนี้ มาโดยตลอด เพราะห่วงกระทบต่อการหาอาหารและขยายพันธุ์ ที่ผ่านมามีกระทิง และสัตว์อีกหลายชนิดตายบนถนน 304
นายศรีสุวรรณ บอกว่า ส่วนการย้ายต้นไม้ เพื่อไปปลูกในพื้นที่ที่รองรับไว้ขัดกับหลักข้อเท็จจริงทางวิชาการอยู่พอสมควร โดยการล้อมย้ายต้นไม้ต้องปล่อยให้ต้นไม้อยู่ตัว 6 เดือน ถีง 1 ปี. แต่ความเป็นจริง ผู้รับเหมาขุดต้นไม้แล้วขุดออกไปเลย ซึ่งการรอดชีวิตของต้นไม้เท่ากับศูนย์ ไม่สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ ซึ่งหลังจากนี้ต้องหามาตรการทางปกครอง
โดยจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสั่งให้กรมทางหลวงคุ้มครองต้นไม้ที่เหลืออยู่ และต้องปลูกชดเชยต้นไม้ตามจำนวนที่สูญเสียไป เพราะที่เท่าลงพื้นที่พบว่าผู้รับเหมาขุดต้นไม้ แล้วขุดออกไปเลย ซึ่งการรอดชีวิตของต้นไม้เท่ากับศูนย์ ไม่สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ หลังจากนี้ต้องหามาตรการทางปกครอง โดยจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง สั่งให้กรมทางหลวง คุ้มครองต้นไม้ที่เหลืออยู่ และต้องปลูกชดเชยต้นไม้ตามจำนวนที่สูญเสียไป เพราะที่เท่าลงพื้นที่พบว่าเป็นต้นไม้หวงห้ามตามที่กฎกระทรวงประกาศ เช่น ต้นประดู่แดง ไม้มะค่า ต้นสัก เป็นต้น
ด้านรก.อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายธัญญา เนติธรรมกุล บอกว่า ได้สั่งการให้อุทยาน ทับลานและเขาใหญ่ จัดชุดลาดตระเวนเชิงพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ในระหว่างก่อสร้างแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในบริเวณก่อสร้างเขื่อนห้วยโสมง อุทยานแห่งชาติปางสีดา ที่เกิดปัญหาคนงานแอบล่าสัตว์ โดยส่วนการขุดล้อม และทำบัญชีต้นไม้ใหญ่ที่บริเวณจุดก่อสร้าง กรมทางหลวง จะต้องขออนุญาตจากทสจ.นครราชสีมา และกรมป่าไม้ ในการทำไม้ออกจากพื้นที่และตรวจบัญชีไม้ที่ขุดล้อมออกไปปลูก