เนชั่นทีวี

ข่าว

เร่งสืบค้นหาแหล่งที่มา รูปปั้นอวโลกิเตศวร สูญหาย 52 ปี ก่อนเจอโพสต์ขายทางโซเซียล

26 ก.พ. 2559 | nation_ent

เร่งสืบค้นหาแหล่งที่มา รูปปั้นอวโลกิเตศวร สูญหาย 52 ปี ก่อนเจอโพสต์ขายทางโซเซียล

วัฒนธรรมจ.บุรีรัมย์เร่งสืบค้นหาแหล่งที่มาของวัตถุโบราณ รูปปั้นอวโลกิเตศวร ที่มีการโพสต์ประมูลผ่านโลกโซเชียลมูลค่าหลายล้านบาท ชี้เบื้องต้นเป็นวัตถุโบราณที่ถูกนำออกไปจากประเทศไทยจริงตั้งแต่ปี 2507 แต่ยังไม่ยืนยันว่ามาจากพื้นที่อ.ประโคนชัยหรือไม่ ต้องรอการตรวจพิสูจน์จากกรมศิลฯ


นายชูชาติ ราชจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุถึงความคืบหน้ากรณีที่มีการโพส์ตข้อความการประมูลวัตถุโบราณ รูปปั้นอวโรกิเตศวร ประติมากรรมสัมฤทธิ์ ที่มีอายุราวพุทธศักราชที่ 13 - 14 มูลค่าหลายล้านบาท ทั้งมีการระบุด้วยว่าวัตถุโบราณชิ้นดังกล่าวถูกนำมาจากพื้นที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ว่า ล่าสุดขณะนี้ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด กำลังเร่งสืบค้นข้อมูลแหล่งที่มาของรูปปั้นดังกล่าว

เร่งสืบค้นหาแหล่งที่มา รูปปั้นอวโลกิเตศวร สูญหาย 52 ปี ก่อนเจอโพสต์ขายทางโซเซียล



รวมถึงประสานกับทางพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งเก็บรวบรวบวัตถุโบราณ ว่ามีวัตถุโบราณชิ้นใดหายไปหรือไม่ ซึ่งในเบื้องต้นจากข้อมูลทราบว่าวัตถุโบราณดังกล่าว ได้ถูกนำออกไปจากประเทศไทยตั้งแต่ปี 2507 และจากข้อมูลก็พบว่ามีการเปิดประมูลจริงที่ต่างประเทศ ส่วนเรื่องราคานั้นก็ขึ้นอยู่กับการสร้างกระแสข่าวเพื่อปั่นราคา

หากมีกระแสข่าวดังก็จะทำให้มูลค่าของวัตถุดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าวัตถุโบราณที่มีการประมูลผ่านโซเชียลดังกล่าว ได้มาจากพื้นที่อ.ประโคนชัย จริงหรือไม่ เพราะต้องรอการตรวจพิสูจน์หรือหาแหล่งที่มาของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรให้ชัดเจนอีกครั้ง แต่หากผลตรวจพิสูจน์ยืนยันแล้วพบว่าเป็นวัตถุโบราณที่หายไปจากพื้นที่จริง

เร่งสืบค้นหาแหล่งที่มา รูปปั้นอวโลกิเตศวร สูญหาย 52 ปี ก่อนเจอโพสต์ขายทางโซเซียล



ผู้ที่ครอบครองจะต้องถูกกระแสกดดันจากสังคมให้นำกลับมาคืนยังแหล่งที่มา ส่วนการตรวจพิสูจน์ทางกรมศิลปากรจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ ไปดำเนินการการตรวจสอบตามขั้นตอน รวมถึงตรวจสอบวัตถุโบราณของจริงที่มีการประมูล ส่วนแนวทางจะขอคืนนั้นก็ต้องรอนโยบายของทางอธิบดีกรมศิลปากรอีกครั้ง

วัฒนธรรมจ.บุรีรัมย์ ยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามหากมองอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีทำให้เด็ก เยาวชนหันมาสนใจ และเกิดความรักหวงแหนทรัพย์สมบัติของชุมชนหรือประเทศชาติ ซึ่งในพื้นที่จ.บุรีรัมย์มีโบราณสถานโบราณวัตถุอยู่กว่า 200 แห่ง แต่เยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่เล็งเห็นถึงคุณค่าของวัตถุโบราณที่เป็นมรดกอันล้ำค่าเท่าที่ควร ดังนั้นกรณีดังกล่าวก็จะเป็นการปลุกกระแสให้วัยรุ่น เยาวชนคนรุ่นใหม่ หันมาอนุรักษ์หวงแหนโบราณสถานหรือโบราณวัตถุต่างๆ มากขึ้น

เร่งสืบค้นหาแหล่งที่มา รูปปั้นอวโลกิเตศวร สูญหาย 52 ปี ก่อนเจอโพสต์ขายทางโซเซียล

ข่าวล่าสุด