พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา เวลา 23.30 น. ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ใช้รถจักรยานยตน์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีดำ เป็นยาพาหนะในการก่อเหตุโดยมีนายหนึ่งเป็นคนขับ และนายชินกฤตเป็นคนซ้อน ได้ใช้อาวุธขวานขู่บังคับจี้ชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ็กซ์สีดำ หมวกนิรภัยและนาฬิกาข้อมือของผู้เสียหา แล้วหลบหนีไป เหตุเกิดที่หน้าปั้มน้ำมันร้าง ระหว่างซอยนวมินทร์22-แยกที่ดิน แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. พื้นที่ สน.บึงกุ่ม ต่อมาวันที่ 21 ก.พ. เวลา 21.30 น. นายชินกฤต ได้ร่วมกับเด็กชายสอง(นามสมมุติ)อายุ 14 ปี ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟสีดำ โดยมีเด็กชายสองเป็นคนขับ ส่วนนายชินกฤตเป็นคนซ้อนและได้ใช้วิธีในลักษณะเดิมก่อเหตุขู่บังคับจี้ชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ ของผู้เสียหาย จากบริเวณแยกลำสาลี แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. แล้วหลบหนีไปหลังจากก่อเหตุไปได้ประมาณ 20 นาที ต่อมา เวลา 21.50 น.วันเดียวกัน นายชินกฤตใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นมีโอ ที่ได้จากการก่อเหตุบริเวณแยกลำสาลี เป็นพาหนะและใช้วิธีการในลักษณะเดิมก่อเหตุก่อเหตุขู่บังคับจี้ชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ็กซ์ สีน้ำเงิน โดยหลังจากก่อเหตุแล้วนั้นผู้ต้องหาได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไว้
กระทั่งในวันที่ 23 ก.พ. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจู่โจม บก.4 กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองพังพวยใกล้แยกที่ดินถนนนวมินทร์แขวงคลองจั่นเขตบางกะปิ กทม. พบรถจยย.ต้องสงสัยขับมาบริเวณดังกล่าวด้วยท่าทางมีพิรุธจึงขอตรวจค้นพบว่ารถคันดังกล่าวถูกโจรกรรมมา จึงได้สนธิกำลังร่วมกันจับกุมตัวนายชินกฤตและนายหนึ่งได้พร้อมขยายผลตรวจยึดของกลางทั้งหมด ก่อนนำตัวสอบสวนที่สน.ลาดพร้าว
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนก่อเหตุทุกครั้งมักจะรับประทานยาโซแลมผสมกับน้ำอัดลมเข้าไป แล้วจะนำขวานไปใช้ในการข่มขู่เหยื่อที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนนักศึกษาอาชีวะเนื่องด้วยมักจะใช้รถจยย.ที่นิยมในท้องตลาด เมื่อเจอเหยื่อจะนำขวานออกมาข่มขู่พร้อมกล่าวว่าจะให้เวลาเหยื่อเพียง5วินาทีในการวิ่งหนี หากเหยื่อไม่ยอมทำตามก็จะใช้ขวานฟันทันที หลังจากนั้นจะนำรถจยย.ขับหลบหนีไปทั้งนี้เจ้าตัวยังอ้างอีกว่าตัวยาที่ใช้เสพนั้นมีคนซื้อยาให้โดยได้ซื้อมาจากคลินิกแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การของผู้ต้องหา ต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง เนื่องจากสมาชิกในแก๊งนี้มีพฤติกรรมอุกอาจ รวมทั้งเมื่อตรวจสอบประวัตินายชินกฤต พบว่าเคยถูกจับกุมคดีพกพาอาวุธมีด ท้องที่สน.บางชันเมื่อปี 57 แล้วเพิ่งก่อเหตุพรากผู้เยาว์ท้องที่สน.ประเวศ เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนนายหนึ่ง มีประวัติต้องคดีปล้นทรัพย์ในท้องที่ สน.ประเวศ 1 ครั้ง และ สน.ร่มเกล้า 2 ครั้ง เมื่อปี 58 ที่ผ่านมา หลังจากนี้จะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เข้าตรวจสอบว่าร้านใดหรือเป็นคลินิกตามที่ผู้ต้องหาอ้างจริงหรือไม่ และจะเร่งตรวจสอบร้านที่รับซื้อของโจรทั้งหลายให้สิ้นซาก เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์และรับของโจรก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รรท.ผบช.น. กล่าว