ฟิลิปปินส์จัดพิธีรำลึกครบรอบ 30 ปี ขับไล่ "มาร์กอส "
25 ก.พ. 2559 | lastman

ฟิลิปปินส์จัดพิธีรำลึกครบรอบ 30 ปีของการปฏิวัติพลังประชาชนในปี 2529 ที่นำไปสู่การสิ้นสุดการปกครองยาวนาน 20 ปีภายใต้ผู้นำจอมเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร์กอส
ข่าว
25 ก.พ. 2559 | lastman

ฟิลิปปินส์จัดพิธีรำลึกครบรอบ 30 ปีของการปฏิวัติพลังประชาชนในปี 2529 ที่นำไปสู่การสิ้นสุดการปกครองยาวนาน 20 ปีภายใต้ผู้นำจอมเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร์กอส
ประธานาธิบดีเบนิกโน่ อาคิโน่ ร่วมพิธีรำลึกที่อนุสาวรีย์พลังประชาชนในเมืองเกซอนซิตี้ ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลาวันนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานอื่นๆ ร่วมร้องเพลงชาติระหว่างการเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาใกล้กับอนุสาวรีย์ และสถานที่ราชการต่างประดับธงเพื่อเฉลิมฉลองการลุกฮือชุมนุมของประชาชนเกือบ 2 ล้านคนในปี 2529 ขับไล่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส เนื่องจากไม่พอใจที่เขาโกงการเลือกตั้ง
ประธานาธิบดีอาคิโน่ กล่าวตอบโต้สิ่งที่เคยมีคนพูดไว้ว่าช่วงสมัยมาร์กอสปกครองประเทศเป็นยุคทองของฟิลิปปินส์ โดยบอกว่าเป็นยุคทองของพวกพ้องและเพื่อนของมาร์กอสเท่านั้น และเป็นยุคทองของหนี้สินของฟิลิปปินส์
นอกจากนี้ยังเป็นยุคทองของการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมโมโร และการฮุบที่ดินบนเกาะมินดาเนาอย่างกว้างขวาง แต่ขณะนี้รัฐบาลของเขากำลังร่างข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโมโร
การเดินขบวนของประชาชนนับล้านบนถนนเอ็ดซ่า โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพระหว่าง 22-25 ก.พ. ในปี 2529 สามารถโค่นล้มผู้นำจอมเผด็จการได้สำเร็จโดยไม่สูญเสียเลือดเนื้อและได้รับคำชมจากทั่วโลก รวมทั้งได้รับการเรียกขานว่า การปฏิวัติเอ็ดซ่า และยังรู้จักกันในชื่อ "การปฏิวัติสีเหลือง" เพราะมีการใช้ริบบิ้นสีเหลืองระหว่างเดินขบวน
มาร์กอสและครอบครัวอพยพไปลี้ภัยอยู่ในฮาวาย ต่อมาในปี 2532 เขาเสียชีวิต และศพถูกนำกลับประเทศในปี 2536 โดยบรรจุอยู่ในโลงแก้วที่บ้านเกิดของเขาในเมืองซาร์รัต จังหวัดอิโลคอส นอร์เต และกลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว
ปัจจุบัน วุฒิสมาชิกเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือบองบอง ลูกชายของอดีตผู้นำเผด็จการกำลังหาเสียงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี และมีคะแนนนิยมดีขึ้นเรื่อยๆ
ประธานาธิบดีอาคิโน่ กล่าวในพิธีรำลึกในวันนี้ด้วยเรื่องที่บองบองไม่เคยกล่าวคำขอโทษต่อการกระทำในอดีตของพ่อ โดยบอกว่า แม้ความผิดของพ่อไม่ควรตกทอดถึงลูก แต่บองบองไม่เคยยอมรับว่าพ่อทำผิด และหากเป็นเช่นนั้น จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ทำผิดซ้ำรอย
นอกจากนี้เขาบอกด้วยว่า ประวัติศาสตร์กำลังถูกแก้ไข มีการใช้สื่อโซเชียล มิเดียเพื่อบิดเบือนสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคมาร์กอส เพื่อสร้างภาพสวยงามต่อสายตาคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยรับรู้ถึงความทุกข์ยากสมัยที่ประเทศตกอยู่ภายใต้การประกาศใช้กฎอัยการศึก