เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า การเก็บค่าเข้าชมวัดเฉพาะผู้ที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น สำหรับชาวไทยทั่วไปทั้งที่เป็นประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงสามารถเข้าชมวัดได้ฟรีเหมือนเดิม เพราะวัดแห่งนี้ถือว่าเป็นของคนไทย
สำหรับสาเหตุที่มีการเก็บเงินค่าเข้าชมเนื่องจากทางคณะกรรมการวัดและหลายฝ่ายได้หารือกันแล้วเสนอให้มีการจัดเก็บค่าเข้าชมบ้างเพื่อจะได้นำเงินมาบริหารกิจการของวัด ซึ่งเป็นการวางแผนเอาไว้เผื่อเมื่อตนล่วงลับไปแล้ว และไม่ได้อยู่บริหารวัด ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันตนเป็นผู้หาเงินมาสร้างวัดด้วยการวาดภาพและทำหนังสือวัดร่องขุ่น วัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้ผู้ไปเยือนนำไปเผยแพร่ยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก
อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมทางวัดได้จัดทำหนังสือวัดร่องขุ่น จำหน่ายเล่มละ 50 บาท แต่นักท่องเที่ยวจำนวนมากกลับมาชมวัดเฉยๆ โดยไม่ได้ซื้อหนังสือเพื่อนำไปเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมของไทย ทำให้ยอดขายหนังสือมีเพียง 10% เท่านั้นจากจำนวนทั้งหมดกว่าหมื่นเล่ม จึงได้มีความเห็นสอดคล้องกับหลายฝ่ายที่เสนอให้เก็บเงินแต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่มากและถือเป็นค่าซื้อหนังสือดังกล่าวในราคาคนละ 50 บาทเท่ากัน คนที่ไปเยือนก็จะไม่ได้ไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะหนังสือวัดร่องขุ่นและภาพที่ได้สามารถนำไปเผยแพร่ความงดงามของศิลปะวัฒนธรรมของประเทศไทยเราได้อีกด้วย เพราะหนังสือมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษในเล่มเดียว
โดยการจัดเก็บค่าเข้าชมจะแบ่งเป็น 2 แห่งคือบริเวณทั่วไปหรือส่วนใหญ่ของวัด เช่น อุโบสถ ห้องจัดแสดงภาพ ส่วนที่ 2 คือที่หอศิลป์ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าอุโบสถ ซึ่งเป็นที่มอบหนังสือวัดร่องขุ่นเป็นของที่ระลึกพร้อมทั้งจะมีเหรียญที่ทรงคุณค่าและมีราคาแพงเป็นของที่ระลึกให้ ลักษณะเหรียญมีระบุปีพระพุทธศักราชตามจำนวนที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไปเยือนจนจะกลายเป็นของที่สะสมได้
อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่าทุกเหรียญล้วนมีความสวดงดงามและมูลค่าสูงเกินเงิน 50 บาทแน่นอน สำหรับคนไทยที่ต้องการหนังสือหรือเหรียญด้วยก็สามารถบริจาคเพื่อรับไปเป็นที่ระลึกได้เช่นกัน