การแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ผู้คนขัดแย้งทางความคิดมานานหลายปี จนนำมาสู่วิกฤติจนรัฐบาลขณะนั้นต้องยุบสภา หลังจากนั้นก็ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ จึงทำให้เกิดปัญหาต่อมาคือองค์กรต่างๆ ทั้ง ส.ส. ส.ว. รวมถึงองค์กรอิสระบางองค์กรหมดวาระลงพร้อมๆ กัน เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ประเทศชะงักงัน ทั้งหมดจึงเป็นปัญหาที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำมาคลี่ดู เราไม่ได้พูดเพื่อตำหนิสิ่งเหล่านี้ เพราะมันผ่านไปแล้ว แต่หากเหตุการณ์เหล่านั้นย้อนกลับมาอีกในช่วงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่ ถ้าแก้ได้ก็แล้วไป ถ้าแก้ไม่ได้ก็ให้ช่วยคิดวิธีการแก้ วันนี้กรธ.อาจจะบอกว่าคิดแล้วถึงได้ออกมา 270 มาตรา แต่ครม.บอกว่ามาตราทั้งหมดนั้นยังมีคนทักท้วงอีก 6-7 ประเด็นคือส.ว.แต่งตั้ง บัตรเลือกตั้งใบเดียว การให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกฯ 3 คน นายกฯ เป็นคนนอกได้หรือไม่
รวมถึงองค์กรอิสระและศาลมีอำนาจมาก รวมถึงมีการบัญญัติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากขึ้น เมื่อครม.รับทราบเลยถามกลับไปว่า ถ้าแก้ประเด็นเหล่านี้ได้ก็แก้ไป ถ้าหากแก้ไม่ได้เพราะ กรธ. บอกว่าหลักการสำคัญจะถูกเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด แต่ทำไมไม่คิดอย่างนี้ว่ามันคงไม่ควรสำคัญ ยืนหยัด แน่นหนา ถาวร ไปยาวนานตลอด แก้ไม่ได้ก็ไม่ควรจะแก้ไม่ได้เป็น 10-20 ปี ทำไมจึงไม่ทำว่าช่วงเวลาแรกซึ่งมีความหมายสองอย่าง คือกำหนดไว้ใน 1.บทเฉพาะกาล 2.อาจใส่ไว้ในกฎหมายลูก