ซาลิล เชตตี้ เลขาธิการองค์การนิรโทษกรรมสากลหรือ แอมเนสตี อินเตอร์แนชันแนลแถลงที่กรุงลอนดอนของอังกฤษเปิดเผยรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกปี2015 / 2016 โดยรายงานระบุว่ามีอย่างน้อย 30 ประเทศกระทำการละเมิดกฎหมายจากการขับไล่ผู้อพยพกลับไปยังประเทศที่จะทำให้ชีวิตพวกเขาตกอยู่ในอันตราย
ในปีที่แล้วมีผู้อพยพกว่า 1 ล้านคนไหลทะลักเข้าสู่ยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่หนีมาจากพื้นที่สงครามทั้งในแอฟริกาและตะวันออกกลาง และรายงานวิจารณ์อย่างรุนแรงกรณีฮังการีสร้างรั้วปิดกั้นพรมแดนเพื่อสกัดกั้นผู้อพยพนับหมื่นและยังพยายามขัดขวางไม่ให้ประเทศอื่นๆในภูมิภาคให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพ
เชตตี้ กล่าวว่า ชาติยุโรปซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่รวยที่สุดในโลกกลับไม่สามารถให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิขั้นพื้นฐานแก่ผู้ได้รับการกดขี่ข่มเหงมากที่สุดในโลก ถือเป็นเรื่องน่าละอาย
นอกจากนี้รายงานยังระบุถึงกรณีผู้อพยพราว 8,000 คนซึ่งส่วนใหญ่มาจากเมียนมาร์และบังกลาเทศถูกปล่อยให้อยู่บนเรือลอยคว้างกลางทะเลโดยไร้อาหารและน้ำ หลังจากหลายประเทศในเอเชียไม่ยอมให้พวกเขาขึ้นฝั่ง
แอมเนสตี ยังระบุในรายงานประจำปีด้วยว่า ในปีที่แล้วมีการก่ออาชญากรรมสงครามหรือการละเมิดกฎหมายสงครามต่างๆ จากทั้งฝ่ายรัฐบาลหรือกลุ่มติดอาวุธในอย่างน้อย 18 ประเทศ พร้อมกันนี้ยังประนามการเข่นฆ่าพลเรือนในซีเรีย รวมถึงการโจมตีทางอากาศของซาอุดิอาระเบียในเยเมนเพื่อช่วยปราบปรามกบฏ
นอกจากนี้รายงานยังระบุถึงประเทศไทยกรณีมีการจับกุมบุคคลที่แสดงความเห็นอย่างสงบจากการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น แสดงละคร โพสข้อความวิจารณ์ในเฟซบุ๊ค และสร้างผลงานกราฟฟิตี และกรณีกองทัพเมินเสียงเรียกร้องของนานาชาติที่ขอให้หยุดใช้อำนาจจำกัดสิทธิมนุษยชนเกินกว่าเหตุและปิดกั้นเสียงของผู้คิดต่างโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง