With the Dawn: ภาพยนตร์จากเรื่องจริง เกี่ยวกับการปล้นเครื่องบินเรื่องแรกของเมียนมาร์เมื่อ 62 ปีที่แล้ว จะเข้าฉายที่ย่างกุ้ง 26 กุมภาพันธ์นี้ โดยผู้สร้างมุ่งหวังให้ภาพยนตร์ช่วยสร้างความปรองดองแก่เมียนมาร์
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเหตุการณ์ปล้นเครื่องบินที่เกิดขึ้นจริงในเมียนมาร์เมื่อ เดือนมิถุนายน ปีพ.ศ. 2497 เมื่อ นายพล Saw Kyaw Aye และสมาชิก องค์กรป้องกันตนเองแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNDO ปล้นเครื่องบินพลเรือนที่จะบินจากเมือง Sittwe ไปยังเมืองย่างกุ้ง
องค์กรป้องกันตนเองแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNDO เป็นองค์กรซึ่งอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลเมียนมาร์ ดังนั้นเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมาร์และปลดปล่อยรัฐกะเหรี่ยงให้เป็นอิสระ พวกเขาจึงปล้นเครื่องบินเพื่อใช้เดินทางไปค้นหาคลังอาวุธของกองทัพญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถูกทิ้งไว้กลางหุบเขาในรัฐกระเหรี่ยง
แต่กลุ่มKNDOไม่สามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้เนื่องจากเครื่องบินไม่มีเชื้อเพลงเพียงพอ และได้บังคับให้เครื่องบินร่อนลงที่รัฐ อาระกัน ถิ่นของชาวว้าแทนและหนีไปพร้อมกับเงินที่ปล้นได้เล็กน้อย และทอดทิ้งผู้โดยสาร 14 คน และ เจ้าหน้าที่สายการบินอีก 4 คน ที่มาพร้อมกับเครื่องบินไป
อดีตนายพล Saw Kyaw Ayeหนึ่งในผู้เข้าปล้นเครื่องบินซึ่งปัจจุบันอายุ 93 ปีได้เข้าร่วมในในงานจัดฉายภาพยนตร์รอบก่อนฉายจริง และได้กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเขาไม่ค่อยพอใจการถ่ายทำของภาพยนตร์เรื่องนี้นักแม้นว่าจะใช้เวลาถ่ายทำถึง 3 ปี อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เมื่อปี 2556 เขาได้เคยกล่าวว่า เขาหวังว่าการที่นำเหตุการณ์ปล้นเครื่องบินในครั้งนั้นมาเล่าใหม่อาจช่วยสร้างความเข้าใจบริบทความจำเป็นของชนชาติกระเหรี่ยงซึ่งต้องต่อต้านการปราบปรามจากรัฐบาลเมียนมาร์มาเป็นเวลานาน
Antony ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ให้สัมภาษณ์ว่าภาพยนตร์กล่าวถึงหัวใจสำคัญทางการเมืองของเมียนมาร์ในปัจจุบันว่า ในปัจจุบันเมียนมาร์ได้ผู้นำที่ดีและกลุ่มกองกำลังต่างๆควรให้ความร่วมมือกันผู้นำคนใหม่ เมียนมาร์ตกอยู่ภายใต้สงครามมานาน ดังนั้นเขาไม่ต้องการให้ประชาชนต้องเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว นี่เป็นข้อความสำคัญที่เขาต้องการบอกกับประชาชนและกลุ่มกองกำลังต่างๆ
และเขาหวังว่าสมาชิกของกองกำลังต่างๆจะกลับใจมาช่วยประสานสันติภาพให้แก่ประเทศเหมือนที่นายพลSaw Kyaw Aye ได้ทำ และร่วมมือกันสร้างประเทศ เพราะขณะนี้เมียนมาร์ล้าหลังกว่าประเทศอื่นมาก
With the Dawn มีตารางเข้าฉายอย่างเป็ฯทางการในเมียนมาร์วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้
ทางผู้กำกับเล่าเพิ่มเติมว่า เขาวางแผนที่จะจัดฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ในประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย หลังจากจัดฉายที่เมียนมาร์อีกด้วย