ดร.เซปิง ไชยศาสน์ กล่าวว่า ไม่ใช่คนต่างประเทศ เป็นคนไทย และเป็นแค่ที่ปรึกษาด้านความงาม ไม่ใช่หมอศัลยกรรม โครงการเฟซออฟ ไม่เคยโฆษณาเลย มีแต่การให้สัมภาษณ์ ไม่เคยพูดชื่อหมอหรือรพ.ที่จะทำเลย ที่ทำโครงการนี้ เพราะอยากทำให้ชื่อเสียงแพทย์ไทยโด่งดังไปทั่วโบก ยินดีให้คำชี้แจงต่อทุกหน่วยงาน ยันไม่ได้รับเอกสาร หรือการแจ้งความใดๆ จาก สคบ. พร้อมยืนยันไม่ท้อกรณีโดนข้อกล่าวหา ยืนยันทำโครงการ "เฟซออฟ" ต่อ
"คำว่าเฟซออฟ ไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจน ถือว่าเป็นเสรีภาพทางความคิด เปิดโอกาสให้คนที่ต้องการทำศัลยกรรม ทำแล้วมีความสุขที่เห็นว่าหน้าของตัวเองดีขึ้น ไม่ได้หมายว่าจะต้องเปลี่ยนหน้า อยากรู้ เฟซออฟ คืออะไร รอดูใบหน้า"สุรชัย" หลังการผ่าตัด" ดร.เซปิง กล่าวและว่า รอดูคุณสุรชัย หน้าตาจะกระชากวัยขึ้น ดูดีขึ้น ตามที่พูดไว้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้เตรียมเปิดหน้าคุณสุรชัยแล้ว แต่ขอเวลาสักระยะ เพราะกระแสแรงมาก
ดร.เซปิง กล่าวว่า อย่ากล่าวหากันลอยๆว่าทำไม่ได้จริง แล้วถ้าหน้าของคุณสุรชัยออกมาดี หมอชลธิศ จะว่าอย่างไร ตอนนี้กำลังคิดว่าจะไปร้องเรียนต่อแพทยสภาดีหรือไม่ เวลาจะพิสูจน์เอง ยินดีหาก สคบ.เชิญไปตรวจสอบ
"นพ.ชลทิศ ทำตัวเป็นพระเอก ช่วยงานสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ที่ผ่านมาเคยแนะนำให้ลูกค้าไปหานพ.ชลทิศ ถ้าแนะนำคุณสุรชัย ให้นพ.ชลทิศ ดำเนินการผ่าตัดใบหน้า ไม่รู้จะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่ "
ดร.เซปิง กล่าวและว่า เคยร่วมทำงานกันนพ.ชลทิศ ด้วย และเคยขัดแย้งกับนพ.ชลทิศ มาก่อน พร้อมบอกตัวเองทนทุกข์ทรมานใจมาร่วม 1 ปี กับการทำงานกับหมอชลธิศ เรื่องที่เกิดขึ้นคาดว่าเป็นเพราะตัวเองไม่ได้แนะนำลูกค้าไปให้หมอชลธิศ
ระหว่างการแถลงข่าว ดร.เซปิง ได้นำผลงานศัลยกรรมของนพ.ชลธิศออกมาโชว์ และเปรียบกับหมอคนอื่นๆ ไม่ได้บอกว่าต่างอย่างไร ให้คนดูตัดสินเอง
ทั้งนี้ นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย เข้าแจ้งความดำเนินคดี ดร.เซปิง ไชยศาสน์ ที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมความงาม ในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน