ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำภาษีเจริญ นายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร บอกกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)จะเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) กรณีเป็นผู้ครอบครองรถเบนซ์โบราณเรื่องลายเซ็นต์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ในเอกสารที่มีผู้นำไปยื่นจดทะเบียนจดประกอบต่อกรมการขนส่งทางบกและกรมสรรพสามิต ที่พบมีลายเซ็นท่าน 2 ครั้งแต่แตกต่างกัน โดยเป็นลายเซ็นที่เป็นนามเดิมของท่าน " ช่วง สุดประเสริฐ" และลายเซ็นนาม "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์"นั้น เท่าที่ตนทราบผู้บริจาครถได้ตกลงกับอู่วิชาญว่าจะจ่ายเงินค่ารถงวดสุดท้าย ก็ต่อเมื่อรถเสร็จสมบูรณ์พร้อมมีเอกสารจดทะเบียนเรียบร้อย โดยอู่วิชาญได้นำเอกสารมาให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ท่านเซ็นชื่อในฐานะผู้รับโอนลอยเท่านั้ นโดยท่านเซ็นชื่อโดยใช้นามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการรับบริจาครถจากผู้บริจาค
นายศุภภัทร์พจน์ บอกว่า ส่วนจะมีการนำเอกสารมาให้สมเด็จฯ ท่านเซ็นชื่อถึง 2ครั้งหรือไม่นั้น ไม่ทราบ ขอตรวจสอบข้อมูลก่อนว่ามีการมาขอให้ท่านเซ็นชื่อเพิ่มเติม หรือมีช่วงระยะเวลาห่างกันหรือไม่ ขณะที่กระแสข่าวว่าสมเด็จพระมหารัช มังคลา จารย์ไม่ต้องการครอบครองรถ ยังไม่เคยได้ยินสมเด็จฯท่านพูดในเรื่องนี้ ยังคงปฏิบัติศาสนกิจตามปกติ ส่วนเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ยังไม่รู้ว่า ดีเอสไอจะเข้ามาในวันใด และจะเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากใคร จะต้องรอหนังสือมาถึงวัดก่อนคาดว่าอาจจะมีหนังสือมาในวันที่ 23 ก.พ.นี้ วัดพร้อมให้ความร่วมมือ รวมทั้งการจะเข้ามาอายัดรถ หากมีหนังสือแจ้งมาก็ยินดีปฏิบัติตาม