นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการบริษัท ไทยทีวี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับหนังสือคำสั่งจาก สำนักงาน กสทช. ลงวันที่ 12 ก.พ. 2559 ซึ่งเป็นมติกสท.เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล จำนวน 2 ช่อง คือ ช่องไทยทีวีและช่องโลก้า พร้อมคำสั่งเรียกเก็บเงินประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่เหลือรวม 1,748 ล้านบาท
ยืนยันว่าจะไม่จ่ายเงินประมูลงวดที่เหลือตามหนังสือคำสั่ง เนื่องจากไทยทีวีฟ้องคดี กสทช. พร้อมเรียกค่าเสียหายรวม 1,000 ล้านบาท ซึ่งคดีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล จึงเห็นว่าการเรียกเก็บเงินประมูลที่เหลือ ควรรอจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษา
โดยเมื่อวันที่15 ก.พ.ที่ผ่านมาบริษัทไทยทีวี ได้ยื่นคำร้องที่ศาลปกครองกลางขอให้ดำเนินการไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับคำสั่งกสทช.เรียกเก็บหลักทรัพย์ค้ำประกัน(แบงก์ การันตี)ที่ทำไว้กับธนาคาร กรุงเทพโดยศาลนัดไต่สวนนัดแรกวันที่ 23 ก.พ. 2559 เวลา 13:00 น.
นางพันธุ์ทิพา กล่าววอีกว่า บริษัทได้ส่งหนังสือขอเลิกประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่อง ให้ กสทช.ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2558 หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2558 ได้ฟ้องคดี กสทช. กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปฏิบัติงานเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดินให้เป็นไปตามแผนแม่บทที่กำหนดไว้ระหว่างปี 2555-2558 ทำให้ไทยทีวีซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2 ช่องได้รับความเสียหาย โดยเรียกค่าเสียหาย 713 ล้านบาท ล่าสุดได้ยื่นคำร้องเพิ่มค่าเสียรวม 1,000 ล้านบาท
การฟ้องคดี กสทช. เนื่องจากมองว่าผิดเงื่อนไขการประมูลทีวีดิจิทัล ทั้งประเด็นการแจกคูปองสนับสนุนครัวเรือนไทยทั่วประเทศรับชมทีวีดิจิทัล จำนวน22.9ล้านครัวเรือน ปัจจุบัแจกคูปองไปจำนวน13.9ล้านใบ ยังไม่สามารถบังคับใช้ประกาศฯ เรียงช่องทีวีดิจิทัลให้เหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม รวมทั้งยังไม่ดำเนินการประชาสัมพันธ์การรับชมทีวีดิจิทัล ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในปัจจุบัน
หาก กสทช. ปฏิบัติตามขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านตามเงื่อนไขก่อนการประมูลทีวีดิจิทัล ไทยทีวีจะไม่ขอคืนใบอนุญาตแน่นอน เพราะก่อนการประมูลได้มีการวิเคราะห์แผนธุรกิจอย่างรอบคอบแล้วว่าสามารถประกอบธุรกิจได้แน่นอน
นางพันธุ์ทิพากล่าวอีกว่าการประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทั้ง2ช่อง ที่ผ่านมาลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีรายได้ปีละ 30 ล้านบาทเท่านั้น เชื่อว่าหาก กสทช. ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลตามที่ระบุไว้ก่อนประมูล โดยครัวเรือนไทยทั่วประเทศสามารถรับชมทีวีดิจิทัลโดยเร็ว จะทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสหารายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้น และหาก กสทช. ไม่พิจารณาให้เลื่อนชำระเงินประมูลงวดที่3ในเดือน พ.ค.นี้ จะมีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น
นายสุชาติ ชมกุล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทไทยทีวี จำกัด กล่าวว่ากรณีที่ กสทช. มีคำสั่งเรียกชำระเงินประมูลทั้งหมดกว่า 1,700 ล้านบาท โดยจะเรียกเก็บจากแบงก์การันตี หากบริษัทไม่ชำระ มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ดำเนินการตามขั้นตอน เนื่องจากต้องรอให้ศาลมีคำพิพากษาในคดีที่ไทยทีวีฟ้อง กสทช. ก่อน โดยหลักทรัพย์ค้ำประกันของบริษัทไทยทีวีครอบคลุมวงเงินที่ธนาคารกรุงเทพออกหนังสือค้ำประกันทั้งหมด
การเรียกชำระเงินค่าประมูลกว่า 1,700 ล้านบาท ในขณะที่คดีฟ้องร้องยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่รู้ว่าใครจะชนะคดี ใครจะต้องจ่ายค่าเสียหาย จึงมองว่าไทยทีวี ยังไม่สมควรจ่ายเงินค่าประมูลตามคำสั่ง กสทช.ในขณะนี้