ศธ.ชี้ควบรวม"อาชีวะ"ช่วยพัฒนาพร้อมกัน
18 ก.พ. 2559 | jirasin_yin

รมว.ศึกษาธิการชี้ควบรวมอาชีวะรัฐ-เอกชนเกิดผลดีช่วยพัฒนาอาชีวศึกษาไปพร้อมกัน สั่งสอศ.เร่งสร้างความเข้าใจทุกส่วนเกี่ยวข้องแล้ว
ข่าว
18 ก.พ. 2559 | jirasin_yin

รมว.ศึกษาธิการชี้ควบรวมอาชีวะรัฐ-เอกชนเกิดผลดีช่วยพัฒนาอาชีวศึกษาไปพร้อมกัน สั่งสอศ.เร่งสร้างความเข้าใจทุกส่วนเกี่ยวข้องแล้ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.อ.ดาว์พงษ์(ดา-พง) รัตนสุวรรณ บอกว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่16ก.พ.ที่ผ่านมา รับทราบตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งที่8/2559เรื่อง การบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้อำนาจตามมาตรา44ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลตั้งแต่วันที่13ก.พ.2559
โดยนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ได้รายงานว่าวางแผนการทำงานเป็น 4 ระยะ ดังนี้ระยะแรก ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนก.พ. ที่ต้องเร่งดำเนินการโอนภารกิจต่างๆจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มายังสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)
ระยะที่ 2 เดือนมี.ค.-เม.ย.2559 เป็นระยะเวลาที่ผู้เรียนกำลังสำเร็จการศึกษาระยะที่3เดือนพ.ค.2559เป็นช่วงที่ผู้เรียนใหม่เริ่มต้นภาคเรียนใหม่อาชีวะรัฐและเอกชนจะเข้ามาร่วมกันทำงานเต็มที่ และ ระยะที่4เดือนตุลาคม2559การดำเนินการตามปีงบประมาณ2560
ทั้งนี้ ในเดือนก.พ.ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านก็ยังคงการทำงานตามปกติไปก่อน โดยในส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในภูมิภาค เลขาธิการ กอศ.ได้มอบอำนาจให้ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและผู้ว่าราชการจังหวัด5จังหวัด ได้แก่สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล เป็นผู้ดูแล ขณะที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 80 แห่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะเป็นผู้ดูแล และเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 2 จะปรับรูปแบบให้อาชีวศึกษาเอกชนทั้งหมดขึ้นตรงกับสอศ.และใช้กลไกอาชีวศึกษาระดับจังหวัดเป็นตัวประสานและขับเคลื่อนงาน
รมว.ศึกษาธิการ บอกอีกว่า เมื่อรวมอาชีวะรัฐและเอกชนเข้าด้วยกันจะเกิดข้อดีที่การพัฒนาอาชีวศึกษาเดินไปด้วยกันอย่างเป็นเนื้อเดียว เช่นในระดับจังหวัดที่เดิมคุยกันแค่ในกลุ่มวิทยาลัยอาชีวะรัฐต่อไปเอกชนก็จะเข้ามาร่วมมากขึ้น ซึ่งแนวทางนี้จะส่งผลดีต่ออาชีวะเอกชนแน่นอน และอนาคตอาชีวะรัฐและเอกชนก็ไม่ต้องแย่งตลาดกันเอง
โดยช่วงแรกอาจจะมีผู้เห็นต่างบ้าง ซึ่งได้ให้สอศ.เร่งสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้เป็นข้อเสนอมาจากทางวิทยาลัยอาชีวะเอกชนเอง ไม่ใช่ศธ.คิดขึ้นมา และมองว่าการพัฒนาการศึกษาของประเทศต่างๆนั้น ถ้าเราสนับสนุนให้ภาคเอกชนแข็งแรงได้มากเท่าไหร่ ก็จะช่วยลดภาระภาครัฐได้มากเท่านั้นโดยเฉพาะถ้าสนับสนุนภายใต้กรอบทิศทางของรัฐบาลได้ด้วยยิ่งได้ผลดี