นางวรีย์พัฒน์ จันทร์เกษม อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.3 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก แม่ค้าสลาก บอกว่า ในงวดนี้ตนรับสลากมาขายต่อ 30 เล่ม ต้นทุนที่รับมาตกฉบับละ 75 บาท เล่มหนึ่งก็ 7,500 บาท ปกติก็จะเร่ขายทั่วไป ตั้งแผงขายบ้าง ถ้าเทียบกับงวดที่แล้ว ขายหมดก่อนที่จะออก 2-3 วัน ทำให้งวดที่แล้วสลากขาดตลาด แต่ในงวดนี้ทางรัฐบาลได้เพิ่มสลากมาเกือบเท่าตัวเพื่อกระจายให้ผู้ค้าได้มีขายกัน แต่ปรากฏงวดนี้สลากล้นตลาด ทำให้วันนี้ซึ่งเป็นวันที่ออกสลาก กลับมีสลากเหลือเป็นจำนวนมาก
ด้านนางสิรินารถ ยิ้มประดิษฐ์ อายุ 42 ปี 122/96 ม.3 ม.3 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ค้าสลากอีกราย กล่าวว่า งวดนี้สลากล้นตลาด โดยต้นรับมาขายต่อ 60 เล่ม จนถึงวันนี้เหลืออีกเกือบ 10 เล่ม ต้นทุนที่รับมาฉบับละ 75 บาท ตกเล่มละ 7,500 บาท เรียกได้ว่าเงินทุนจมอยู่ตรงสลากที่เหลือ วันนี้เลยต้องนำมาขายแบบยอมขาดทุน เพียงฉบับละ 70 บาท เพราะถ้าไม่ยอมขายต่ำกว่าทุน ตนก็จะไม่ได้อะไรเลย เพราะสลากที่รับมาไม่สามารถนำไปคืนได้ ประกอบกับในงวดนี้เป็นงวดกลางเดือนด้วย ตลาดก็จะอืดอยู่แล้วส่วนใหญ่จะขายดีในงวดสิ้นเดือนมากกว่า ยิ่งรัฐบาลตีพิมพ์สลากเพิ่ม จึงยิ่งล้นตลาดเข้าไปอีก
ขณะที่ผู้ขายสลากอีกรายหน้าธนารกสิกรไทย สาขาห้าแยกโคกมะตูม ถ.พิชัยสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก ได้ขึ้นป้ายขายสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 ใบ 150 บาท โดยระบุว่า งวดนี้ยอดขายฝืดมาก จึงต้องลดราคาลง สำหรับสาเหตุเท่าที่สอบถามมาจากลูกค้าผู้ซื้อทั่วไปบอกว่า มาจากงวดที่แล้ว ที่การออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนหนึ่งกังขาเรื่องการหมุนสลากลูกบอล สำหรับตนรับสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขายงวดละ 10 เล่ม ปกติเช้าวันนี้จะขายเกือบหมดแล้ว แต่งวดนี้ยังเหลือ 3 เล่มกว่า ทำให้ต้องลดราคา และภาคบ่ายอาจจะลดราคาลงมากกว่านี้