“พาที”รับปัญหาภายใน ต้นเหตุนักบินประท้วง
16 ก.พ. 2559 | nation_ent

พาทีรับนกแอร์สะดุดเหตุปัญหาภายในอยู่ระหว่างปรับโครงสร้าง ลดแอคชั่นนักบินคุมฝ่ายบริหาร หวังยกมาตรฐานตามIOSAเผยปัญหาสะสมนักบินขาดแคลน -ชั่วโมงบินเกินกำหนด
ข่าว
16 ก.พ. 2559 | nation_ent

พาทีรับนกแอร์สะดุดเหตุปัญหาภายในอยู่ระหว่างปรับโครงสร้าง ลดแอคชั่นนักบินคุมฝ่ายบริหาร หวังยกมาตรฐานตามIOSAเผยปัญหาสะสมนักบินขาดแคลน -ชั่วโมงบินเกินกำหนด
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์หลังนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรียกเข้าชี้แจงกรณีที่นักบินประท้องหยุดทำการบินเมื่อวันที่14ก.พ.ที่ผ่านมา
นายพาที กล่าวว่ากรณีนักบิน 8 ราย หยุดทำการบิน เป็นผลให้เที่ยวบินวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาต้องยกเลิก โดยระบุว่า ยอมรับว่าปัจจุบันสายการบินอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างภายในเพื่อยกระดับการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน (IOSA : IATA Operational Safety Audit)โดยมีการปรับโครงสร้างการทำงานของฝ่ายนักบินที่เดิมเคยมีการควบตำแหน่งการทำงาน 2 ตำแหน่ง คือ เป็นฝ่ายบริหาร และเป็นนักบิน แต่เนื่องจากบริษัทฯ มีแนวทางดึงพันธมิตรเข้ามาร่วมวางโครงสร้างใหม่ จึงจะปรับให้นักบินบางส่วนที่ทำงานควบตำแหน่งไปทำงานเพียงตำแหน่งเดียวที่ถนัด และคาดว่าสาเหตุดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักบินบางกลุ่มเกิดความไม่พอใจ และประท้วงไม่ทำการบิน
ตอนนี้นกแอร์ต้องการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เป็นระดับสูงสุดตามหลักของIOSAและองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA)หรือเอียซ่า กระบวนการต่างๆ จึงต้องมีการปรับการทำงานใหม่ ซึ่งเราก็ได้พาร์ทเนอร์ที่พร้อมเข้ามาช่วยทำการตรวจสอบ ดังนั้นจากเดิมที่เราเคยใช้นักบินบางกลุ่มทำงานซ้อนทั้งปฏิบัติการบิน และรับหน้าที่ตรวจสอบ เราจะปรับให้กลับไปทำการบินอย่างเดียว เพราะไม่อยากให้เป็นนักบิน และตรวจสอบนักบินด้วย รวมทั้งที่ผ่านมาเคยตรวจพบว่ามีนักบินบางกลุ่มที่ทำการบินเกินชั่วโมงกำหนดซึ่งพอตรวจเจอจึงให้หยุดทำการบินทันที ทำให้เรากลับมาคิดว่าต้องมีการหมกเม็ดเรื่องแบบนี้อีก ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่เราต้องการยกระดับมาตรฐาน
สำหรับกรณีการขาดแคลนนักบินยอมรับว่าที่ผ่านมามีสายการบินอื่นเข้ามาดึงนักบินของนกแอร์ไปร่วมงานค่อนข้างมาก ทำให้นกแอร์ประสบปัญหาขาดแคลนนักบินมาโดยตลอด พร้อมทั้งเปิดรับสมัครนักบินใหม่ๆ เข้ามาร่วมงานทดแทน และยังมีการปรับลดเที่ยวบินให้สอดคล้องกับจำนวนนักบินด้วย อย่างไรก็ดีในเดือน มี.ค. เม.ย.นี้ ตามแผนงานที่วางไว้จะมีการรับนักบินใหม่เข้ามาร่วมงานประมาณ 20 30 คน โดยมั่นใจว่าจำนวนนักบินที่รับเพิ่มเข้ามาจะเพียงพอกับการบริหารธุรกิจ
นายพาที กล่าวอีกว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างสอบสวนความผิด หากพบว่าผิดวินัยที่เป็นผลกระทบต่อบริษัทก็จะตัดสินยกเลิกการจ้างงาน ซึ่งคาดว่าในวันที่ 17 ก.พ.นี้ จะได้ข้อสรุปถึงสาเหตุของการหยุดงาน สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาปัจจุบันบริษัทได้ทำการปรับลดเที่ยวบินประมาณ 10 -15%พร้อมทั้งทำการส่งต่อผู้โดยสารไปยังสายการบินอื่นในรูปแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟล์ต) โดยคาดว่าจะต้องทำการส่งต่อผู้โดยสารจนถึงวันที่ 17 ก.พ.นี้ พร้อมทั้งยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นผลกระทบต่อภาพรวมการดำเนินธุรกิจบ้างแต่คาดการณ์ว่าในส่วนของรายได้จะยังเติบโตกว่าปีที่ผ่านมา เพราะปัจจุบันมีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (โหลดแฟกเตอร์) เฉลี่ยอยู่ที่ 93%และยังมีแนวโน้มสูงอย่างต่อเนื่อง
นายปิยะ ยอดมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด กล่าวว่า ตามแผนงานของนกแอร์ต้องการทำการบินเฉลี่ยอยู่ที่ 1,600 เที่ยวบินต่อเดือน แต่ปัจจุบันยังไม่สามรรถทำได้เนื่องจากมีนักบินไม่เพียงพอ โดยปัญหาขาดแคลนนักบินเกิดขึ้นติดต่อกันมาหลายปีเนื่องจากนักบินของนกแอร์ถูกสายการบินอื่นซื้อตัวทำให้นกแอร์ต้องเปิดรับนักบินเพิ่มเติม ซึ่งตามแผนในปีนี้ต้องการรับนักบินเพิ่มเติมอีก 116 คน เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนฝูงบิน และเพื่อสำรองหากเกิดเหตุฉุกเฉินนักบินไม่สามารถทำการบินได้ โดยปัจจุบันนกแอร์มีนักบินจำนวน 83 คน และผู้ช่วยนักบิน 113 คน เบื้องต้นมีกำหนดรับนักบินเพิ่มในเดือนมี.ค. เม.ย.นี้ จำนวน 20 30 คน
ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งก็มาจากปัญหานักบินทำงานหนัก เพราะนกแอร์ขาดแคลนนักบิน แต่ปัญหาใหญ่ของการออกมาประท้วงไม่ทำการบินน่าจะมาจากการปรับโครงสร้างที่ทำให้นักบินบางกลุ่มถูกลดบทบาท โดยในส่วนของปัญหาการขาดแคลนนักบินเป็นเรื่องที่ทุกสายการบินกำลังเผชิญอยู่ เพราะปัจจุบันสายการบินในประเทศเติบโตขึ้น และตามกฎสายการบินจำเป็นต้องรับนักบินคนไทยเข้าไปร่วมงานแต่นักบินไทยค่อนข้างหายาก โดยในส่วนของปีนี้นกแอร์ก็ต้องหานักบินอีกมาก เพราะมีฝูงบิน 28 ลำ และมีแผนรับเพิ่มอีก 5 ลำในปีนี้ด้วย
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัญหาของอุตสาหกรรมการบินที่ขาดแคลนนักบินในปัจจุบันต้องแยกออกเป็น 2 ประเด็น คือ 1. ไม่อยากให้ใช้นักบินกับการทำตำแหน่งบริหารไปร่วมกัน เพราะจะกระทบกับเวลาการทำงานดังนั้นจึงอยากให้แยกออกจากกันอย่างชัดเจน และ 2. เรื่องของจำนวนชั่วโมงบินที่พบว่าปัจจุบันหลายสายการบินมีการใช้นักบินทำการบินเกินชั่วโมงกำหนด ขณะนี้ทุกสายการบินจะต้องส่งรายงานบันทึกการบินของนักบินในสังกัดให้กับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อตรวจสอบชั่วโมงบินอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากตรวจเจอนักบินของสายการบินใดทำการบินเกินกำหนดจะสั่งพักงานทันที
สัปดาห์หน้ากระทรวงฯ จะเชิญ 41 สายการบินเข้ามาหารือร่วมกัน เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องการแผนธุรกิจที่จะต้องมีการบริหารความเสี่ยง และจะต้องมีแผนช่วยเหลือสายการบินอื่นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินด้วย รวมทั้งกระทรวงฯจะกำชับสายการบินทั้งหมดด้วยว่าจะต้องมีการสำรองนักบินไว้ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินนักบินไม่สามารถทำการบินได้ก็จะไม่เกิดเหตุกระทบกับเที่ยวบิน และผู้โดยสาร