ชาวสวนกล้วยไม้ย่านตลิ่งชัน กำลังเผชิญปัญหาน้ำเค็มรุกเข้ามาในคลองบางเชือกหนัง แหล่งน้ำหลักที่ใช้ในการทำสวนกล้วยไม้มานาน เมื่อนำน้ำมารดกล้วยไม้ที่ปลูกไว้ มีอาการรากแห้ง บางต้นเหี่ยวตาย /ชาวสวนต้องแก้ปัญหาโดยการใช้น้ำประปามาผสมลดความเค็มของน้ำที่สูบจากคลองลง
วิธีการนี้ทำให้ชาวสวนกล้วยไม้มีต้นทุนที่สูงขึ้น แต่เพื่อความอยู่รอดก็ต้องยอมทำเพื่อไม่ให้กล้วยไม้ที่ปลูกไว้เสียหายไปทั้งสวน
วิกฤตภัยแล้งปีนี้เป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักกับชาวเกษตรกรสวนกล้วยไม้ ย่านตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เพราะถูกน้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว แม้แต่กล้วยไม้สกุล ม็อคคาร่า หนึ่งในสายพันธุ์ที่มีรากแข็งแกร่งต่ออากาศ ดิน น้ำ สิ่งที่บ่งชี้ได้ชัดคือรากเริ่มแห้งแล้ว ซึ่งกล้วยไม้เป็นพืชที่มีความอ่อนไหวต่อค่าความเค็มของน้ำ
ไม่ต่างจากชาวสวนกล้วยไม้ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม รายนี้ ที่เพาะเลี้ยงกล้วยไม้กว่า 30 ไร่ ต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบจากน้ำเค็มรุกพื้นที่สวนเช่นเดียวกัน
น้ำจืดมากักตุนไว้ในสวน เวลาเรารดก็ไม่ปล่อยทิ้งลำธาร ต้องเวียนเข้าบ่อน้ำไว้แล้วเอาขึ้นมารดอีก ต้องประหยัด กล้วยไม้มันใช้น้ำเยอะแต่ว่าไม่เสียหายง่าย // แต่ถ้าเราใชน้ำหมุนเวียนในบ่อก็ใช้ได้ อาจจะปนเชื้อโรคเชื้อราหน่อย // แล้งลำบากใจจะทำอะไรก็ต้องระวัง
การส่งออกกล้วยไม้สร้างรายได้ให้ประเทศราว 5 พันล้านบาทต่อปี แต่เมื่อเกิดปัญหาน้ำเค็มรุกพื้นที่ทำให้ผลผลิตลดลงกว่าร้อยละ 80 ซึ่งกระทบการส่งออกในสมุทรสาครที่น้ำเค็มมา จะถึงก่อนตอนนี้ต้องใช้รถน้ำมาวิ่งบรรทุกน้ำจืดเพื่อส่งตามบ่อสวนใกล้ไม้บรรเทาทุกข์ไปก่อน มันหาวิธีแก้ยาก น้ำปล่อยมาไม่ทันจำเป็นจริง //จริงๆกล้วยไม้เรา สร้างรายได้ให้ประเทศตก สามพัน - ห้าพันล้านแล้วแต่ปี
ชาวสวนกล้วยไม้วิตกว่าภาวะวิกฤติภัยแล้งปีนี้จะส่งผลกระทบต่อสวนกล้วยไม้อย่างมาก จึงต้องการให้ภาครัฐเตรียมมาตรการรองรับไว้แต่เนิ่นๆ