ทั้งนี้ จากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พบว่า นายสันติ คนร้าย ได้ปีนป่ายอาคารข้างเคียงศูนย์บริการดีแทคและเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าของอาคารก่อนหย่อนตัวเองปีนป่ายมายังชั้นสองของตัวอาคารศูนย์บริการดีแทค ทำการงัดแงะหน้าต่างเข้าไปยังตัวอาคารพร้อมทั้งทำลายผนังไม้กั้นระหว่างห้องภายในอาคารมุดตัวเดินลงไปยังชั้นล่างสุดของตัวอาคารด้านหน้า ซึ่งกั้นห้องเป็นศูนย์บริการดีแทคสาขาสุโขทัย จากนั้นคนร้ายได้งัดแงะประตูเข้าไปยังส่วนบริการลูกค้า และส่วนโชว์สินค้าโทรศัพท์มือถือรื้อค้นลิ้นชักเก็บของจนได้กุญแจไขตู้โชว์โทรศัพท์และนำเอาโทรศัพท์หลากหลายยี่ห้อชื่อดัง นำติดตัวออกไปและย้อนกลับทางเดิมเหมือนตอนเข้ามางัดแงะพร้อมหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายน่าจะงัดแงะในช่วงกลางดึกจนรุ่งเช้าพนักงานของศูนย์บริการได้มาทำงานจนพบเหตุจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งชุดสืบสวนหลังทราบเหตุจึงลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างรวดเร็วประกอบกับ นายสันติ ที่ก่อเหตุคงจะไม่ทราบว่าทางร้านมีกล้องวงจรปิดเพราะขณะลงมือภายในอาคารมืดมิด หรืออาจคาดไม่ถึงเพราะคนร้ายได้นำเสื้อตนเองที่สวมใส่มาปกปิดปกคลุมใบหน้าขณะก่อเหตุเหลือเพียงส่วนลูกตา
แต่แผ่นหลังของคนร้ายกลับมีตำหนิรูปพรรณสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนควานหาตัวได้ง่ายเพราะมีการสักยันต์ 5 แถว ไว้บริเวณปีกแขนด้านหลังทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ขณะที่ตรงกลางแผ่นหลังบริเวณเดียวกันได้สักยันต์ 9 ยอดเป็นสามเหลี่ยมชัดเจนโดยกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนควานหาตัวและจับกุมมาได้ง่ายและรวดเร็วพร้อมทั้งได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนเวรดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ทั้งนี้ ของกลางโทรศัพท์มือถือทั้งหมดจากการสอบสวนพบว่า คนร้ายได้ไปจำหน่ายในราคาถูกอาทิ ไอโฟน 6 S ไปขายให้แก่วัยรุ่นในราคาเพียง 6 พันบาท บางส่วนเช่น ไอโฟน 6 ขายให้ร้านค้าบางแห่งเพียง 5 พันบาท บางเครื่องได้นำไปจำนำร้านค้าโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง ที่สำคัญมีการนำเครื่องบางรุ่นไปใช้แลกซื้อการบริการทางเพศแก่สาววัยรุ่นในพื้นที่อีกด้วย