อุทยานฯ นัดถกย้ายเสือ 2 ก.พ.
01 ก.พ. 2559 | lastman

วัดเสือ หลวงตามหา-บัว กาญจนบุรี แจงรอผลกรมอุทยานฯ พิสูจน์เลี้ยงเสือโคร่ง 5 ตัวว่าปรับตัวที่อยู่ใหม่ไม่ตายค่อยพิจารณาขนย้ายเพิ่ม ด้านอุทยานฯ เตรียมนัดถกวันที่ 2 ก.พ.นี้หลังเจอข่าวแอบขนเสือหนีสื่อ
ข่าว
01 ก.พ. 2559 | lastman

วัดเสือ หลวงตามหา-บัว กาญจนบุรี แจงรอผลกรมอุทยานฯ พิสูจน์เลี้ยงเสือโคร่ง 5 ตัวว่าปรับตัวที่อยู่ใหม่ไม่ตายค่อยพิจารณาขนย้ายเพิ่ม ด้านอุทยานฯ เตรียมนัดถกวันที่ 2 ก.พ.นี้หลังเจอข่าวแอบขนเสือหนีสื่อ
รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายอดิศร นุชดำรงค์ บอกว่า กรณีย้ายเสือโครงของกลางวัดหลวงตา-มหาบัว ญาณสัมปันโน จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีการย้ายเสือโคร่งทั้งหมด 5 ตัวจากเสือของกลางทั้งหมด 147 ตัว ใส่กรงขึ้นรถบรรทุก 2 คันไปไว้สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จังหวัดราชบุรี เพราะห่วงว่าอาจมีความไม่พอใจของกลุ่มชาวบ้านนั้น ทางกรมอุทยานฯยังยืนยันว่าไม่ได้ปิดเป็นความลับ เพียงแต่การเคลื่อนย้ายเสือต้องทำอย่างระมัดระวังและมีวามละเอียดอ่อน ต้องคำนึงถึงตัวเสือที่จะทำการขนย้ายเป็นสำคัญ
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติในวันที่ 2 ก.พ.นี้ กรมอุทยานฯจะเชิญตัวแทนจากมูลนิธิวัดหลวงตามหา-บัว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครองพูดคุยตกลงทำความเข้าใจการขนย้ายเสือ
พ.ต.อ.ศุภิฎพงศ์ ภักดิ์จรุง รองประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหา-บัว หรือวัดเสือ บอกว่า การย้ายเสืออกไปเพียงแค่ 5 ตัวก่อนเป็นการตกลงร่วมกันของทางวัดและกรมอุทยานฯ และไม่ต้องการให้ปรากฎเป็นข่าวใหญ่โตเพื่อหวังผลเรื่องชื่อเสียงในกระบวนการแต่งตั้งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติคนใหม่ และต้องการให้กรมอุทยานฯพิสูจน์ว่าเสือจะสามารถปรับตัว และใช้ชีวิตอยู่กับสถานที่เลี้ยงใหม่ และไม่ตายเมื่อต้องย้ายไปเลี้ยงดูในสถานที่อื่นๆ
เรื่องนี้ขึ้นกับการพิสูจน์ของกรมอุทยานว่าจะดำเนินการอย่างไร จึงอาจยังไม่มีการขนย้ายเสือโคร่งส่วนที่เหลือออกไปเพิ่มเติม ขณะเดียวกันทางมูลนิธิฯได้ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูเสือของกลางมาตลอดระยะเวลา 10 ปีจำนวน 147 ล้านบาทหรือเฉลี่ยละ 1 ล้านบาท และศาลได้รับฟ้องไว้แล้ว
นอกจากนี้อยากให้กรมอุทยานฯพิจารณาเงื่อนไขขอตั้งสวนสัตว์เอกชนให้กับทางวัด ซึ่งเป็นวัดเสือแห่งเดียวของโลกที่นักท่องเที่ยวรู้จักในมุมของการอนุรักษ์เสือโคร่ง และเราพร้อมทำตามเงื่อนไขทุกอย่างที่กำหนด