การอ้างสิทธิในที่ดินระหว่างชาวเลที่มีกระดูกของบรรพบุรุษฝั่งอยู่ใต้พื้นดิน กับโฉนดที่ดินของกลุ่มทุน คือปมความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาหลายสิบปี และจากความขัดแย้งก็พัฒนากลายเป็นความรุนแรงในพื้นที่
ร่องรอยของกองหินที่กลุ่มชายฉกรรจนำมาปิดเส้นทางเข้าออกของชาวบ้าน จนทำให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ยังคงมีให้เห็นอยู่ตรงนี้ และบ่ายวันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็จะลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลก่อนที่ในวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมทุกฝ่ายความขัดแย้งที่เกี่ยวข้อง ที่ศาลากลาง จังหวัดภูเก็ต ครับ
แต่ก่อนอื่นเราจะมาทำความเข้าใจที่มาของปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นกันก่อนครับ ส่วนแรกพื้นที่ 19 ไร่บริเวณนี้ คือชุมชนชาวเลที่อยู่อาศัยอยู่ 2000 กว่าคน ผ่านการพิสูจน์สิทธิ โดยการขุดกระดูกจากสุสานชาวเลมาตรวจดีเอ็นเอแล้วพบว่าตรวกับชาวเลที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันครับ
ส่วนที่ 2 คือที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิโดยบริษัทบารอน ที่ปรากฎชื่อตระกูลโสภณพาณิชย์ เป็นเจ้าของครับ
และตรงนี้เองที่มีการปิดทางเข้าออก ในพื้นที่ตรงนี้ด้านในมีศาลโต๊ะบารอน ซึ่งเป็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเล และตรงหน้าหาดชาวบ้านยังใช้เป็นเส้นทางเดินลงทะเล ซ่อมเรือ และเฝ้าเรือ บริเวณนี้ถูกอ้างสิทธิโดยบริษัทเอกชน ซึ่งเพิ่งได้โฉดนที่ดินไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านถูกฟ้องคดีรวมกว่า 100 ราย
วันนี้ชาวเลหาดราไวย์ จำนวนหนึ่ง พาลกูหลานไปกราบไหว้ ศาลโต๊ะบาไรย์ เพื่อขอพร ให้การแก้ไขปัญหาที่ดินของชาวเลผ่านไปด้วยดีและได้รับความเป็น
นายนิรันดร์ หยังปาน หนึ่งในแกนนำชาวบ้าน บอกว่าเย็นนี้จะเรียนชกคนทั้งหมู่บ้านเพื่อหาตัวแทน 4 คนไปประชุมที่ศาลากลางในวันพรุ่งนี้