เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีเอสไอหอบหลักฐานตรวจสอบที่ดินชาวเลราไวย์

30 ม.ค. 2559 |

ดีเอสไอหอบหลักฐานตรวจสอบที่ดินชาวเลราไวย์

ดีเอสไอพร้อมนำหลักฐานการตรวจสอบที่ดินชุมชนชาวเลราไวย์ เสนอต่อจังหวัดภูเก็ต เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างชาวเลกับเจ้าของที่ดิน ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้


เวลา 15.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2559 ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้นำข้อมูลการตรวจสอบหลักฐานเพื่อยืนยันการตั้งชุมชนของชาวไทยใหม่(ชาวเล) ราไวย์ สืบเนื่องจากเมื่อ1-2 ปี ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องการร้องเรียนของชาวไทยใหม่ราไวย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบค้นหาความจริงการออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินจาก ส.ค.1 ทับที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ และได้มีการนำหลักฐานดังกล่าวมาฟ้องขับไล่ชาวบ้าน ซึ่งมีคดีอยู่ 3-4 คดี โดยมีทั้งคดีที่อยู่ในชั้นศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลชั้นต้น ส่วนใหญ่ชาวเลจะแพ้คดี แม้ว่าที่ดินที่ตั้งชุมชนไม่ใช่แปลงเดียวกับที่ดินที่เกิดข้อพิพาท แต่สามารถนำมาอ้างอิงประกอบการพิจารณาได้ เนื่องจากเป็นแปลงที่ดินซึ่งอยู่ติดกัน โดยทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้นำข้อมูลมาประสานกับทางจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
"พื้นที่ที่ทางดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบนั้น เป็นที่ดินทำกินและอยู่อาศัยของชาวไทยใหม่ หรือชาวเลราไวย์ เนื่องจากมีบุคคลซึ่งไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นไปออก ส.ค.1 ทับที่ของชาวเล จากนั้นได้นำมาออกโฉนด ภายหลังบุคคลที่มีชื่อแรกในโฉนดได้เสียชีวิต และตกทอดมายังลูกหลาน โดยในรุ่นลูกได้นำหลักฐานมาฟ้องขับไล่ชาวเล จึงได้มีการร้องขอให้มาตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการที่ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลพยานหลักฐาน และการบอกเล่าที่มาของการตั้งชุมชน การประกอบพิธีกรรมต่างๆ พบว่า ชาวไทยใหม่ได้มาการตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นเวลานับ 100 ปี อันเป็นผลมาจากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูกของ 2 คนที่มีการขุดพบภายในชุมชน
ซึ่งได้นำดีเอ็นเอของโครงกระดูกไปเปรียบเทียบกับผู้สูงอายุในชุมชนจำนวน 70 คน ได้เครือญาติ 9 กลุ่ม และไปสัมพันธ์กับคนในชุมชน 10 คน มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน รวมไปถึงรายชื่อของนักเรียนที่มีการทำบันทึกไว้ที่โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชุมชนไปประมาณ 1 กิโลเมตร และภาพของบุคคลในชุมชนที่รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี 2502 ตลอดจนการอ่านแปลภาพถ่าย รวมทั้งตัวอย่างคำพิพากษาของศาลฎีกา เลขที่ 5337/2537 กรณีการอุทิศที่ดินให้เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินนั้นไม่จำเป็นต้องกระทำด้วยการอุทิศให้อย่างชัดแจ้งแต่เพียงประการเดียว ไม่อาจอุทิศให้โดยปริยายก็ได้ ที่ดินตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2)"
พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า ในส่วนของที่ดินแปลงที่เป็นข้อพิพาทเรื่องทางเดินสาธารณะไปยังที่ประกอบพิธีกรรมนั้น แม้จะเป็นคนละแปลงกัน แต่มีรอบเขตติดต่อกัน ซึ่งที่เป็นปัญหาคือ การที่ทางเจ้าของที่ดินจะปิดเส้นทางเข้าออก และเป็นไปได้ว่าการโฉนดนั้นได้ครอบทางสาธารณะที่มีการใช้ประโยชน์อยู่เดิม เห็นได้จากการอ่านแปลภาพถ่ายซึ่งพบทางสาธารณะปรากฏอยู่ และในส่วนของข้อมูลหลักฐานต่างๆ ทั้งหมดนั้นทางดีเอสไอก็จะนำไปเสนอต่อทางจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งประกอบการพิจารณาหาข้อยุติข้อพิพาทระหว่างชาวไทยใหม่กับเจ้าของที่ดิน ซึ่งที่จะมีการประชุมในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้

ข่าวล่าสุด