นายลัทธิ กล่าวว่า เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เข้ามาภายในบริษัท ไทยมาร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทุกสาขา ซึ่งไทยมาร์ทมีทั้งหมดทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 7 สาขา 1 คลังสินค้า พร้อมกับนำคำสั่งจากกรมบังคับคดี มาติดประกาศเพื่อขอพิทักษ์ทรัพย์สินชั่วคราว และให้พนักงานทั้งหมดออกจากบริษัทและศูนย์ค้าส่งทันที พร้อมกับแจ้งว่า ให้พนักงานพ้นสภาพการจ้างงาน จำนวน 380คนโดยไม่มีเอกสารแจ้ง โดยศาลล้มละลายมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ในวันที่ 22 ม.ค.2559 และเจ้าพนักงานเข้ามาติดประกาศวันที่ิ 25 ม.ค.2559 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างเร็ว พนักงานยังไม่ทันได้เตรียมตัว และหางานใหม่ไม่ทัน ทั้งๆที่ วันที่ 29 ม.ค. จะเป็นวันจ่ายค้าจ้าง ซึ่งพนักงานทุกคนเดือดร้อนมากเพราะทุกคนก็มีภาระหน้าที่ ที่ต้องดูแลและใช้จ่าย จึงอยากในผู้บริหารออกมาชี้แจ้งใน 4ประเด็น
1.สถานะของพนักงาน บริษัท ไทยมาร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ปัจจุบันเป็นอย่างไร 2.เงินเดือน ค้าจ้างเดือน ม.ค.2559 ที่มีกำหนดรับในวันที่ 29 ม.ค. จะได้รับหรือไม่ 3.ในกรณีหากมีการปิดกิจการจริง สถานะการเป็นพนักงานของบริษัทสิ้นสุดลง ทางผู้บริหารจะมีแนวทางอย่างไรในการช่วยเหลือพนักงานเพื่อให้ได้รับสิทธิ ประโยชน์ตามกฏหมายแรงงาน อาทิ เงินชดเชย และสวัสดิการ 4.ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างผู้ถือหุ้นเป็นอย่างไร และมีแนวโน้มที่จะดำเนินกิจการห้างไทยมาร์ท ต่อหรือไม่อย่างไร
นางหนูเย็น ศรีภิรมณ์ อายุ62 ปี เป็นพนักงานรักษาความสะอาด บริษัทไทยมาร์ท สาขารามอินทรา เปิดเผยว่า ตนเป็นคน จ.อุดรธานี เดินทางขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพฯพร้อมกับสามีวัย 68ปี เนื่องจากบ้านที่อุดรนั้นมีอาชีพทำนา แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็เริ่มทำไม่ไหวจึงเข้ามาหางานใน กทม. ซึ่งที่บ้านนั้นอยู่ด้วยกัน 4คน มีตน สามี ลูกชายที่พิการ1คน และหลานชาย 1คน ตนทำงานกับบริษัทนี้มา 4 ปีแล้ว พร้อมกับหลานชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งในแต่ละเดือนเงินค้าแรงที่ได้มาก็จะนำไปใช้เรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ใช้จ่ายเลี้ยงดูลูกที่พิการและคนในบ้าน ไม่เคยเหลือเงินพอเก็บออมเลย ทั้งนี้ถ้าหากบริษัทต้องปิดตัวลงจริง ตนคงลำบาก เพราะรายได้ในส่วนของตนและหลานชายจะหายไปและตนก็อายุมากแล้วจะไปสมัครงานที่ไหนก็อาจจะไม่มีใครรับแล้ว