โดยประกาศพระสังฆราชฉบับปี 2467 ระบุว่า ด้วยข่าวว่า มีภิกษุตั้งตนเป็นหมอทำยาเสน่ห์ยาแฝดให้คฤหัสถ์ทำแก่บุคคลตามประสงค์ของเขา การทำเสน่ห์ยาแฝดอาถรรพณ์ จะเป็นไปได้จริงหรือไม่ก็ตาม แต่ภิกษุทำย่อมไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะการทำเช่นนั้นให้แก่ผู้ใด ผู้นั้นหาได้ประพฤติสุจริตไม่ มุ่งแต่จะประพฤติทุจริตฝ่ายเดียวแต่มีความประสงค์จะให้แลเห็นว่าพฤติสุจริต จึงต้องหาผู้ทำเสน่ห์ยาแฝดแก่ผู้ที่ตนประสงค์จะได้หลงเชื่อว่าตนเป็นคนดี หรือแกล้งจะทำให้ผู้ใดผู้หนึ่งถึงความพินาศ ถ้าบุคคลประพฤติโดยซื่อสัตว์สุจริตเป็นปกติแล้ว หาต้องการผู้รู้ทำเสน่ห์ยาแฝดให้ใครๆหลงไม่
การทำเสน่ห์ยาแฝดนั้นไม่น่าเชื่อว่าเป็นได้จริง ถ้าภิกษุผู้ทำโง่เขลา เข้าใจเสียว่าอาจเป็นได้จริง ก็คงมีโทษเพราะล่วงละเมิดพระพุทธบัญญัติห้าม ถ้ารู้ตัวอยู่ว่าไม่อาจเป็นได้จริงแต่อาศัยมุ่งโลกามิส ก็เชื่อว่าลวงให้คนหลงมีโทษมากขึ้นอีก
ส่วนประกาศพระสังฆราชฉบับปี 2495 ระบุว่า การกระทำเช่นนี้มิใช่ข้อปฎิบัติตนในทางพระพุทธศาสนา และสรุปว่าการแอบอ้างยึดเอาเป็นอาชีพอันมิชอบเป็นการเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา