อธิบดีดีเอสไอส่งผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพเบนซ์ “สมเด็จช่วง” ที่วัดปากน้ำ

อธิบดีดีเอสไอส่งผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพเบนซ์ สมเด็จช่วง ที่วัดปากน้ำ เผยคดีคืบหน้า 80% รู้ผลภายใน 20 ก.พ.นี้ จ่อเรียกสอบผู้ถวายรถถึงขั้นตอนการนำเข้า-วัตถุประสงค์ในการถวายเบนซ์
ข่าว
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) -28 ม.ค.59 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีรถเบนซ์จดประกอบ ทะเบียน ขม 99 ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยยืนยันว่าดีเอสไอจะเร่งสอบสวนให้แล้วเสร็จตามกำหนดเดิมคือภายใน 1 เดือน ซึ่งจะครบในวันที่ 20 ก.พ. ย้ำว่าจะให้คำตอบที่ชัดเจนได้ ขณะนี้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80 % ดีเอสไอได้พยานหลักฐานเชื่อมโยงแล้วพอสมควร ผลการตรวจสอบของดีเอสไอจะสามารถชี้แจงที่มาที่ไปถึงขั้นตอนการนำเข้าทั้งหมดตั้งแต่การนำเข้า การสำแดงราคา การจดทะเบียนรถ ต้องเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งขบวนการ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานทำให้ต้องใช้เวลาในการรวบรวมและตรวจสอบบางส่วนที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบทั้งหลักฐานเอกสารและหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ โดยในวันนี้(28 ม.ค.) พนักงานสอบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ได้เข้าไปตรวจสอบรถเบนซ์คันดังกล่าวซึ่งมีตัวแทนบริษัทเบนซ์ร่วมตรวจสอบสภาพรถ รายละเอียดเลขตัวถัง เลขเครื่อง ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการยืนยันตัวบุคคลที่นำรถมาถวายและแสดงตัวกับดีเอสไอ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ ( 28 ม.ค.) พ.ต.อ.ไพสิฐ ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ พร้อมเจ้าหน้าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทเบนซ์ เข้าตรวจสอบสภาพรถเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ที่มีชื่อสมเด็จช่วงเป็นผู้ครอบครอง ซึ่งเก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำ
ทั้งนี้ ทางวัดแจ้งว่าไม่สะดวกในการเคลื่อนย้ายรถที่จัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ เจ้าหน้าที่จึงได้นำแม่แรงยกเพื่อตรวจสอบหมายเลขตัวถัง เลขเกียร์และเลขชิ้นส่วนอะไหล่สำคัญ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นรถจดประกอบหรือนำเข้าทั้งคัน ซึ่งรถยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีอุปกรณ์ตกแต่งครบชุด สภาพทั่วไปได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และอยู่ในสภาพใช้งานได้
ส่วนที่เคยแจ้งขณะจดทะเบียนใช้งานว่าเป็นรถที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ปรากฏว่าถังแก๊สถูกถอดออกไปแล้ว สำหรับผู้ที่ถวายรถให้สมเด็จช่วงอยู่ระหว่างถูกสอบปากคำถึงขั้นตอนการซื้อรถว่ามาจากแหล่งใด มีขั้นตอนนำเข้าอย่างไร และถวายเพื่อวัตถุประสงค์ใด