ทั้งนี้ พระพรหมสิทธิ(ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จึงได้สั่งการมายังพระลูกวัดให้ไปจำวัดเป็นเพื่อนท่าน เพราะเกรงว่าหากปล่อยพระพรหมสุธีอยู่คนเดียวจะคิดมาก แต่พระพรหมสุธี ท่านก็ปฏิเสธเพราะต้องการอยู่คนเดียว จนล่าสุดวันนี้เวลา07.30น.อาตมาได้นำภัตตาหารเช้าและยาไปให้ท่านฉันตามปกติ แต่เมื่อเปิดกุฏิเข้าไปกลับพบท่านทำอัตวิบากกรรมแล้ว ด้วยการใช้ประคดแขวนคอภายในกุฏิพระพรหมสุธี คณะ1วัดสระเกศ จึงได้แจ้งไปยังพระพรหมสิทธิ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สำราญราษฎร์ให้มาตรวจที่เกิดเหตุ
"หลังจากพระพรหมสิทธิ ทราบข่าวการมรณภาพของพระพรหมสุธี ท่านได้สั่งการไปยังผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ให้คอยอำนวยความสะดวกเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และยังกล่าวอีกว่าภายหลังจากที่ขั้นตอนการชันสูตรศพ จากสถาบันนิติเวชเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านจะรับสังขารของพระพรหมสุธี มาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดสระเกศฯอย่างสมเกียรติ ซึ่งพิธีสรงน้ำศพจะมีขึ้นในเวลา15.00น.ในวันที่27มกราคม ณ ศาลาบำเพ็ญกุศลวัดสระเกศฯ" พระมหากฤษณะกล่าว
ด้านนายจำนงค์ สวมประคำ ไวยาวัจกรวัดสระเกศฯ กล่าวว่า ในส่วนของขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมายเมื่อมีพระสงฆ์มรณภาพและไม่ได้ทำ พินัยกรรมยกทรัพย์สินให้บุคคลใด ทรัพย์สินดังกล่าวที่มีในขณะเป็นพระจะตกเป็นทรัพย์สินของวัดทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายนอกกุฏิพระพรหมสุธี ในช่วงเช้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.สำราญราษฎร์ประมาณ7นายพร้อมเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ นอกจากนี้มีชาวบ้านในละแวกวัดเข้ามาสังเกตการณ์ ทั้งนี้ ในระหว่างที่รอเวลาเคลื่อนศพไปยังโรงพยบาลตำรวจได้มีพระสงฆ์จากวัดไร่ขิง และวัดระฆังโษสิตาราม พร้อมด้วยวัดพลับพลาไชย และเจ้าหน้าที่ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา พศ.เข้าไปสังเกตการณ์ภายในกุฏิพระพรหมสุธี
ขณะที่นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เปิดเผย ความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีของพระพรหมสุธี เกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดิน ที่ใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จำนวน67ล้านบาท นั้น กรณีดังกล่าวจบไปนานแล้ว โดยช่วงแรกเกิดจากความสับสนในบัญชี ทำให้เข้าใจว่ามีการเบิกงบหลวงซ้ำซ้อนกับการที่ใช้งบบริจาค แต่หลังจากได้เคลียร์บัญชี โดยส่วนใดที่เบิกงบหลวงและนำไปใช้ในรายการใดแล้วเหลือ ก็ได้ส่งคืนกระทรวงการคลังผ่านพศ.หมดแล้ว และพศ.ก็ได้ส่งกระทรวงการคลังไปนานแล้วด้วย นอกจากนี้ สตง.ตรวจสอบและแจ้งมาว่าไม่พบความไม่โปร่งใส โดยส่วนใดที่เบิกงบหลวงและนำไปใช้ในรายการใดแล้วเหลือ ก็ได้ส่งคืนกระทรวงการคลังไปหมดแล้ว