24 ม.ค.09.00 น.ที่ห้องประชุม1 ชั้น 1 อาคาร 1 กรมควบคุมโรค นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวพบผู้ป่วยสงสัยโรคเมอร์สในประเทศไทยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้พบผู้ป่วยโรคเมอร์สเป็นรายที่ 2 ของประเทศไทยโดยเป็นชายชาวโอมาน อายุ 71 ปี ซึ่งเดินทางเข้ามาไทยในลักษณะของนักท่องเที่ยว
ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ควบคุมตัวไว้ในห้องแยกโรคภายในสถาบันบำราศนราดูรแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงหกโมงเย็นของวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา รวมทั้งได้แจ้งผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งที่เป็นผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบิน แท็กซี่ 1 คนและพนักงานต้อนรับ 1 คนในโรงแรมที่ผู้ป่วยโรคเมอร์สเข้าพักรวมทั้งหมด 37 คนซึ่งในจำนวนนี้เป็นญาติของผู้ป่วย 1 คน และเป็นคนไทย 13 ราย โดยขณะนี้ประสานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำให้ทราบรายชื่อทุกคนเรียบร้อยแล้วและจะแจ้งให้ทุกคนรับทราบว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการติดโรคจึงจำเป็นต้องกักตัวไว้เพื่อควบคุมโรคโดยมีระยะเวลา 14 วัน
รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ขอให้คนไทยอย่าตื่นตระหนก สธ.มั่นใจว่าโรคเมอร์สจะไม่มีการแพร่กระจายในประเทศไทย หลังจากนี้จะต้องมีมาตรการประสานงานกับประเทศต่างๆอย่างใกล้ชิดในการแจ้งชาวต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อเฝ้าระวังโรคเมอร์ส
ขณะที่ทีมแพทย์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บอกว่า ผู้ป่วยโรคเมอร์สรายที่สองในไทยเดินทางเข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยไม่ได้ติดต่อมาล่วงหน้า เท่าที่ทราบผู้ป่วยเคยไปพบแพทย์ที่ประเทศต้นทางและมีอาการต้องสงสัยแต่ไม่ได้พักรักษาตัวค้างคืนกลับเดินทางมายังประเทศเพื่อมารักษาตัวและมายังโรงพยาบาล
นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ไทยเคยพบผู้ป่วยเมอร์สรายแรกมาแล้วและรายนี้เป็นรายที่สองก็สามารถควบคุมเฝ้าระวังได้ดีกว่าผู้ป่วยรายแรก ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ทำให้ขณะนี้ได้ทราบรายชื่อผู้ป่วยและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดโรคทั้ง 37 คนแล้ว
ทั้งนี้ สำหรับผู้ป่วยรายแรกนั้นมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 22 คน แต่ในผู้ป่วยรายที่สองนี้ลดเหลือ 11 คน ขณะนี้ผู้ป่วยโรคเมอร์สรายที่สองอยู่ในห้องกักโรคภายในสถาบันบำราศนราดูร ไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อมาสู่ชุมชนได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตกใจ