นางสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ครอบครัวเลือกแบ่งที่นา 10 ไร่ ทำนาบัวและนาผักบุ้งไทย มานานกว่า 10 ปี เพราะเป็นพืชอายุสั้น สามารถเก็บขายสร้างรายได้ทุกวัน ประกอบกับที่นาเป็นดินเนื้อละเอียด อุ้มน้ำได้ดี ตลอด 10 ปีไม่เคยมีปัญหา แต่มาปีนี้นาที่เคยมีน้ำ ดินกับแห้งแตก นาผักบุ้งไทยจากที่เคยลุยน้ำสูงประมาณเข่าเก็บยอด ปีนี้ต้องคลานเก็บ ยิ่งไปกว่านั้นยอดผักบุ้งจากที่เคยอวบ อ้วน ก็ยอดเล็ก ไม่สวย
ช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แม้จะเข้าหน้าแล้ง จะเก็บผักบุ้งส่งขายวันละ 400-500 กำ มีรายได้ 1,500 บาทต่อวัน ปีนี้เก็บได้ไม่ถึงวันละ 100 กำ แถมยอดที่เล็ก ไม่สวย ราคารับซื้ออยู่เพียงกำละ 3 บาท มีรายได้ไม่ถึงวันละ 300 บาท อีกประมาณ 1 เดือนไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงนาผักบุ้งก็คงแห้งตาย ตามนาบัว
ที่ขณะนี้ นาบัวไม่มีน้ำเข้าไปเลี้ยง ตัวบัวแห้งและยืนต้นตายไปแล้วจำนวนมาก ที่ออกดอกก็มีจำนวนที่น้อย และดอกเล็กมาก ทำให้ไม่มีดอกบัวออกขายในตลาดมานานหลายเดือนแล้ว ส่วนนาข้าวอีก 25 ไร่ทิ้งร้างเพราะไม่มีน้ำปลูกข้าว