ทางการบราซิลแจ้งล่าสุดว่าจำนวนทารกแรกเกิดที่มีศีรษะและสมองเล็กผิดปกติเนื่องจากแม่ติดเชื้อไวรัสซิกาขณะตั้งครรภ์เพิ่มสูงขึ้นเป็น 3,893 รายแล้วนับตั้งแต่เริ่มพบการระบาดเมื่อเดือนต.ค.โดยเพิ่มขึ้นจาก 3,500 รายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 รายและอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 44 ราย
ไวรัสซิกามียุงเป็นพาหะเช่นเดียวกับโรคไข้เด็งกี่ และโรคชิคุนกุนยา และสัปดาห์ที่แล้วกระทรวงสาธารณสุขบราซิลเผยสามารถพัฒนาอุปกรณ์ทดสอบที่จะช่วยให้แยกแยะไวรัสทั้งสามชนิดได้รวดเร็วขึ้น อาการของไข้ซิกาจะคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ ปวดศีรษะและปวดข้อ รวมถึงอาจมีผื่นตามผิวหนังและเยื่อตาขาวอักเสบหรือตาแดง อาการจะปรากฏหลังผู้ป่วยได้รับเชื้อภายใน 3-12 วัน ผู้ติดเชื้อร้อยละ 80 จะไม่แสดงอาการ ขณะที่อัตราการเสียชีวิตอยู่ในระดับต่ำ
บราซิลเป็นประเทศที่มีการระบาดของไวรัสซิก้ามากที่สุดในขณะนี้ และยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอีกหลายประเทศทั่วละตินอเมริกาและแถบทะเลแคริบเบียน เช่น โคลัมเบียพบผู้ติดเชื้อกว่า 13,500 รายและวิตกว่าอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 7 แสนคน โดยขณะนี้มีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสซิกาแล้ว 350 ราย แต่ยังไม่พบทารกแรกเกิดที่มีศีรษะและสมองเล็กผิดปกติ ล่าสุดโบลิเวียพบผู้ติดเชื้อ 4 ราย โดย 3 รายติดเชื้อจากนอกประเทศ และ 1 รายติดเชื้อในเมืองซานตาครูซ ซึ่ง 1 ในจำนวนนี้เป็นหญิงตั้งครรภ์
นอกจากนี้ในสหรัฐพบผู้ติดเชื้อ 3 รายแรกในรัฐฟลอริดา ที่เพิ่งกลับจากเดินทางไปละตินอเมริกา และพบทารกแรกเกิดที่มีศีรษะและสมองเล็กผิดปกติรายแรกในรัฐฮาวาย โดยแม่อาจติดเชื้อไวรัสซิการะหว่างอาศัยในบราซิลช่วงเดือนพ.ค.ปีที่แล้วและสัปดาห์ที่แล้วสหรัฐออกคำเตือนให้หญิงตั้งครรภ์เลี่ยงเดินทางไปยัง 14 ประเทศและดินแดนในละตินอเมริกาและแถบทะเลแคริบเบียน ได้แก่ บราซิล, โคลัมเบีย,เอลซัลวาดอร์, เฟรนช์เกียนา, กัวเตมาลา, เฮติ, ฮอนดูรัส, เกาะมาร์ตินิก, เม็กซิโก,ปานามา, ปารากวัย, เปอร์โตริโก้, ซูรินาม และเวเนซุเอลา