หวั่น "ไอเอส" ปักธงในอาเซียน
15 ม.ค. 2559 | lastman

หลังกลุ่มไอเอสอ้างความรับผิดชอบเหตุโจมตีเมืองหลวงของอินโดนีเซีย ได้สร้างความวิตกว่ากลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ กำลังขยายอิทธิพลปักธงรบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข่าว
15 ม.ค. 2559 | lastman

หลังกลุ่มไอเอสอ้างความรับผิดชอบเหตุโจมตีเมืองหลวงของอินโดนีเซีย ได้สร้างความวิตกว่ากลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ กำลังขยายอิทธิพลปักธงรบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หลังจากกลุ่มไอเอส ออกมาอ้างความรับผิดชอบในเหตุโจมตีย่านธุรกิจในกลางกรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดี ได้ก่อให้เกิดความวิตกว่า กลุ่มไอเอสได้ขยายพื้นที่ก่อเหตุมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว
ขณะที่สงครามกลางเมืองในซีเรีย ถูกระบุว่า เป็นต้นตอของแรงบันดาลใจของพวกหัวรุนแรงในอินโดนีเซีย โดยหลายร้อยคนเดินทางไปยังซีเรียเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอส ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่เมื่อไม่มานานมานี้ พบว่า พวกเขาเริ่มหันมาหาเป้าหมายที่ใกล้บ้านของตัวเอง โดยกลุ่มหัวรุนแรงที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มไอเอส ได้ก่อเหตุโจมตีขนาดย่อมในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เมื่อปีที่แล้ว
ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเพื่อการวิเคราะห์นโยบายของความขัดแย้งในกรุงจาการ์ตา ให้ความเห็นว่า เมื่อ 6 เดือนก่อน ได้เห็นแผนก่อความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างมากมายในอินโดนีเซีย มันเป็นความปรารถนาของกลุ่มหัวรุนแรงที่ต้องการพิสูจน์ว่า "ญีฮัดยังไม่ตายและสุขสบายดีในอินโดนีเซีย และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามเจตนารมย์ของไอเอส
เหตุโจมตีที่ใจกลางกรุงจาการ์ตาเมื่อวันพฤหัสบดี กลุ่มคนร้ายได้พุ่งเป้าไปที่ป้อมตำรวจจราจรในย่านช็อปปิ้งของคนมีฐานะ ก่อนจะจุดระเบิดฆ่าตัวตายที่ด้านนอกร้านสตาร์บั๊คที่อยู่ใกล้เคียง หลังเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน รวมทั้งคนร้าย 5 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 23 คน และกลุ่มไอเอสได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบผ่านแถลงการณ์ที่ออกโดย "เทเลแกรม แชนแนล" สื่ออย่างเป็นทางการของพวกเขา
พลตำรวจเอกติโต คาร์นาเวียน ผู้บัญชาการตำรวจจาการ์ตา และอดีตผู้บัญชาการหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายที่ได้ชื่อว่าเยี่ยมที่สุดของอินโดนีเซีย กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า คนร้ายมีความเกี่ยวข้องกับผู้นำกลุ่มไอเอสในเมืองรักกา ของซีเรีย
และเตือนว่า กลุ่มนี้กำลังขยายปฏิบัติการไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้ง อินโดนีเซีย, มาเลเซียและไทย และเชื่อว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีเป็นชาวอินโดนีเซียที่ตอนนี้อยู่ในซีเรีย ซึ่งก็คือนายบาห์รัน นาอิม ผู้นำกลุ่มคาติบาห์นูซานทาร่า ซึ่งเป็นสาขาของไอเอสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อเดือนที่แล้วเพียวเดือนเดียว ทางการอินโดนีเซียได้จับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อการร้ายได้ 16 คน และตำรวจระบุว่า ได้รับข้อมูลเมื่อเดือนที่แล้วว่า กลุ่มไอเอสกำลังวางแผนโจมตีในอินโดนีเซีย และแม้การโจมตีด้วยระเบิดและปืนจะก่อให้เกิดความหวาดกลัว แต่จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่มีจำนวนไม่มากนัก ได้ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับศักยภาพในการทำลายล้างของผู้ก่อการร้าย ตำรวจบอกว่า ระเบิดที่ใช้มีขนาดเล็ก และระเบิดมือ ที่มีอานุภาพน้อยกว่าที่เคยใช้ในการโจมตีครั้งอื่นๆ ก่อนน้านี้ รวมทั้งเหตุระเบิดรถยนต์บนเกาะบาหลี เมื่อปี 2555 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ
อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกับศาสนาอื่นได้ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลับต้องเผชิญความตึงเครียดจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่าง มุสลิมสายกลางกับพวกสุดโต่ง ที่มักใช้ศาสนาเป็นข้ออ้าง และมักจะก่อเหตุโจมตีเป้าหมายที่เป็นโบสถ์คริสต์, วัดพุทธ, สถานทูต, ย่านธุรกิจและนักท่องเที่ยวตะวันตก
ส่วนการโจมตีในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันพฤหัสบดี เป็นครั้งแรกที่เป็นการก่อเหตุในเมืองหลวง นับตั้งแต่ก่อเหตุระเบิดโจมตีโรงแรมหรู 2 แห่ง เมื่อปี 2552นักรบของกลุ่มคาติบาห์ นูซานทาร่า สามารถยึดเมืองที่เป็นที่มั่นของชาวเคิร์ดในซีเรีย เมื่อเดือนเมษายน ปี 2558 และยังใช้โลกออนไลน์ในการระดมนักรบหน้าใหม่และผู้สนับสนุนในหมู่ผู้ใช้ภาษามาเลย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ซึ่งนักวิเคราะห์ บอกว่า การเติบโตของคาติบาห์ นูซานทาร่า อาจนำไปสู่การขยายอิทธิพลในกระบวนการตัดสินใจของไอเอส เพื่อแลกกับการให้ไอเอสให้ความสำคัญต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะเขตสงครามอีกแห่งหนึ่ง