เส้นทางคดีอาญาทุจริตจำนำข้าว
15 ม.ค. 2559 | lastman

วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพิจารณาคดีอาญารับจำนำข้าว โดยเส้นทางคดีหลังจากนี้ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังจำเป็นต้องมาศาลด้วยตัวเองไปตลอดทั้งปีนี้
ข่าว
15 ม.ค. 2559 | lastman

วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพิจารณาคดีอาญารับจำนำข้าว โดยเส้นทางคดีหลังจากนี้ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังจำเป็นต้องมาศาลด้วยตัวเองไปตลอดทั้งปีนี้
การพิจารณาคดีอาญาโครงการทุจริตจำนำข้าวที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย จะเริ่มจากขั้นตอนไต่สวนพยานฝ่ายโจทย์ทั้งหมด 14 ปาก ซึ่งเริ่มนัดแรกวันนี้ และจะดำเนินการพิจารณาอย่างต่อเนื่องไปอีก 5 นัดจนถึงเดือนมีนาคม
โดยพยานปากแรก ที่อัยการนำเข้าไต่สวน คือ อดีตประธานทีดีอาร์ไอ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร โดยอัยการนำมาเปิดประเด็นโครงการจำนำข้าวตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้ศาล เห็นภาพรวมโครงการวิธีการจำนำข้าวเสียก่อน จะลงรายละเอียดแยกแยะ การจำนำข้าวในแต่ละส่วน พยานปากต่อมาจะมีทั้งสื่อมวนชน ที่นำสืบเรื่องสารบรรณข่าวที่ได้รวบรวมเนื้อหาโครงการรับจำนำข้าว
นอกจากนี้ ยังมีพยานปากสำคัญ อย่าง รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ประจักษ์ บุญยัง ที่จะให้ข้อมูลถึงข้อบกพร้องของโครงการรับจำนำข้าวมีข้อบกพร่องหรือไม่ พยานฝ่ายโจทย์อีกหนึ่งคนที่น่าสนใจ คือ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่เคยตั้งตรวจสอบโครงการจำนำข้าวมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ขั้นตอนไต่สวนพยานฝ่ายจำเลยจะมีทั้งหมด 16 นัด กินเวลาตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ นอกเหนือจากตัวอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ แล้งพยานที่ทีมทนายนำมาสู้คดี จะมีบุคคลสำคัญเช่น อดีตรองนายกฯ กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีคลัง นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย โอฬาร ไชยประวัติ และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ สุเมธ เหล่าโมราพร
โดยการพิจารณาคดีตลอดทั้งปีนี้ ศาลได้กำชับให้อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในฐานะจำเลยต้องมาศาลร่วมกระบวนการไต่สวนพยานทุกนัดตั้งแต่วันแรก จนวันสุดท้าย หากพบว่าจำเลย มีพฤติกรรมหลบหนี ศาลอาจะออกหมายจับ พร้อมปรับเงินประกัน จำนวน 30 ล้านบาท และในกรณีมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางออกนอกประเทศ ก็ต้องมาขออนุญาตจากศาลเป็นกรณีไป
การพิจารณาคดีนี้ ยังมีเงื่อนไขด้วยว่า เมื่อไต่สวนพยานเสร็จสิ้น โจทก์และจำเลยมีสิทธิแถลงปิดคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนด และองค์คณะผู้พิพากษามีคำพิพากษาภายใน 7 วัน นับแต่วันเสร็จการพิจารณา ถ้ามีเหตุสมควรเลื่อนได้ แต่ต้องไม่เกิน 14 วัน