เนชั่นทีวี

ข่าว

"ไอเอส"ขยายตัวสู่"เอเชียอาคเนย์"

15 ม.ค. 2559 | lastman

"ไอเอส"ขยายตัวสู่"เอเชียอาคเนย์"

กลุ่มไอเอสจะขยายอิทธิพลมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือไม่? คือโจทย์ความมั่นคงข้อใหญ่ที่ ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งเอาไว้ตั้งแต่เปิดศักราชปี 2559 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาขบคิดและเตรียมการรับมือ

ในมุมมองของอาจารย์สุรชาติ เห็นว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคง ณ เวลานี้ที่เกิดขึ้นทั่วโลกล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน แม้หลายคนจะบอกว่าปัญหาไอเอสไกลตัวประเทศไทย ทว่าอาจารย์สุรชาติกลับมองตรงกันข้าม
และเหตุระเบิดหลายครั้งต่อเนื่องกันล่าสุดกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ก็ยืนยันคำกล่าวของอาจารย์ได้เป็นอย่างดี
วันนี้มีสถานการณ์ที่เราคาดไม่ถึงหลายอย่าง หากมองในแง่มุมของคนที่ต้องประเมินสถานการณ์ ผมมองว่าในช่วงหลังๆ มันเป็นสิ่งที่คาดการณ์อะไรแทบไม่ได้เลย อะไรที่เราเคยนึก มันเกิดค่อนข้างเร็ว อาจารย์สุรชาติ เปรยในเบื้องต้น ก่อนยกตัวอย่าง
กรณีเหตุรุนแรงหลายจุดกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ใครจะคิดว่ากรุงปารีสจะเกิดเหตุความรุนแรงช่วงต้นปีแล้ว (โจมตีสำนักงานนิตยสารชาร์ลี เอ็บโด) จากนั้นในช่วงปลายปี คือเดือนพฤศจิกายน เกิดเหตุความรุนแรงซ้ำอีกครั้ง
เขาสรุปว่า สถานการณ์ที่เรากำลังเห็นมันตอบได้ว่า โลกเราในปี ค.ศ.2016 จะมีความผันผวน และจะเห็นสถานการณ์คาราคาซังในทวีปยุโรป เช่น กรณีกรุงปารีสที่ยังไม่จบ ต่อเนื่องไปถึงกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และจะลามไปถึงประเทศเยอรมนี ซึ่งโจทย์พวกนี้ชี้ได้ว่า ชุดความมั่นคงที่เป็นปัญหาก่อการร้ายกับยุโรป เป็นปัญหาค่อนข้างใหญ่และต้องจับตามอง
ผมอยากตั้งประเด็นว่า ในปี 2016 จะเกิดอะไรขึ้นอีก หลังจากที่เห็นที่กรุงปารีส กรุงบรัสเซลส์ และเครือข่ายในเยอรมนีที่ถูกจับได้ โจทย์ยุโรปมันโยงเข้ากับปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลาง นั่นคือปัญหาสงครามกลางเมืองในซีเรีย เพราะปัญหาสงครามกลางเมืองในซีเรียทำให้คนพลัดถิ่นจากซีเรีย รวมถึงประเทศที่อยู่ในพื้นที่แถบนั้นที่มีเงื่อนไขสงคราม กลายเป็นวิกฤติการอพยพย้ายถิ่นของผู้คนครั้งใหญ่ที่ยุโรปกำลังเผชิญ
เพราะฉะนั้นในสภาพโจทย์แบบนี้ จะมีโจทย์การก่อการร้ายในยุโรป โจทย์สงครามกลางเมืองในซีเรีย และปัญหาผู้อพยพจากปัญหาสงครามกลางเมืองในซีเรีย และพื้นที่ในตะวันออกกลาง กับแอฟริกาตอนเหนือ แล้วยังโยงกลับไปสู่โจทย์ซึ่งยังไม่หายไปไหน นั่นคือการปฏิบัติการของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่ยังทำอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนภาคเหนือของประเทศอิรัก และซีเรียเอง แม้ช่วงปลายปีที่ผ่านมา จะมีข่าวเล็กๆ ระบุว่า กองทัพของอิรัก ได้เข้าไปยึดเมืองบางเมืองคืนจากไอเอส แต่เราก็ยังเห็นว่าสงครามยังหนักหน่วงอยู่

"ไอเอส"ขยายตัวสู่"เอเชียอาคเนย์"


นักวิชาการด้านความมั่นคง บอกอีกว่า โจทย์ปัญหาในปี 2016 ยังเป็นโจทย์เดิม ก็คือไอเอสจะขยายปฏิบัติการทางทหาร จากพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศอิรัก และซีเรีย ไปสู่ทวีปยุโรปหรือไม่ นอกจากนี้ ไอเอสอาจจะขยายปฏิบัติการทางทหารมายังพื้นที่ของทวีปเอเชียมากน้อยเพียงใด ซึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานการณ์แบบที่เราเห็นจากยุโรป ทำให้เราต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบนั้นหรือไม่เพราะฉะนั้นมองว่าปี 2016 ในมิติของงานด้านความมั่นคง เราเห็นความท้าทายในโจทย์หลายอย่าง และเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนมากกว่าเก่า ก่อนหน้านี้เราอาจจะเห็นความซับซ้อนของกลุ่มอัลกออิดะห์ แต่วันนี้เราได้เห็นความซับซ้อนมากกว่าของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส
นอกจากนี้ สิ่งที่เราคาดไม่ถึงก็คือ กรณีคำตัดสินประหารชีวิตผู้นำศาสนาคนสำคัญของชาวชีอะห์โดยรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย แม้ว่ารัฐบาลของซาอุดีอาระเบียจะพยายามบอกว่ามีทั้งชาวมุสลิมชีอะห์และสุหนี่ที่ถูกตัดสินประหาร แต่ก็นำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน และทำท่าว่าจะเป็นโจทย์ใหญ่อีกชุดหนึ่ง ซึ่งพัวพันกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นความกังวลก็คือ ความขัดแย้งทางศาสนา หรือสงครามที่มีมิติของศาสนาทับซ้อนอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อรวมกับสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน หลายคนมองว่า ไอเอสเป็นตัวแทนของชาวมุสลิมสุหนี่หรือไม่ ซึ่งทำให้กรณีชาวชีอะห์และชาวสุหนี่เป็นโจทย์ร้อนอีกชุดหนึ่งในปี 2016 รวมถึงเป็นปัญหาทางด้านการทูตระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน ซึ่งวันนี้อิหร่านก็มีบทบาทมากขึ้น
เพราะฉะนั้น โจทย์สงครามในซีเรียที่วุ่นวายอยู่แล้ว และยังพัวพันกับปัญหาในรัสเซีย เราก็จะเห็นว่าโจทย์ที่ทับซ้อนมันขยายวงผู้เล่นหรือตัวแสดงให้มีมากขึ้น ซึ่งมีคำถามว่าบทบาทของรัสเซียในตะวันออกกลางเป็นอย่างไร เราเริ่มเห็นบทบาทของรัสเซียอย่างหนึ่งในสงครามกลางเมืองของซีเรีย คือ รัสเซียจะขยายปฏิบัติการทางทหารเพิ่มหรือไม่ และถ้าหากรัสเซียขยายปฏิบัติการทางทหารเพิ่มขึ้น จะมีผลกระทบอย่างไร รวมไปถึงสงครามระหว่างรัฐบาลซีเรียกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลหรือกลุ่มกบฏที่ไม่อยากให้ประธานาธิบดีซีเรีย นายบาชาร์ อัล-อัสซาด ปกครองประเทศต่อไปด้วย
เมื่อถามถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาและรัสเซียล้วนมีความเกี่ยวพันกับวิกฤติการณ์ในตะวันออกกลาง หากจะเสนอตัวเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยจะยากขึ้นหรือไม่ ประเด็นนี้ ศ.ดร.สุรชาติ วิเคราะห์ว่า ปัญหาสงครามกลางเมืองในซีเรีย มีคนสงสัยว่าสรุปแล้วใครคือศัตรูหลักกันแน่ จะถือว่าประธานาธิบดีซีเรียเป็นศัตรูหลัก หรือกลุ่มไอเอสเป็นศัตรูหลัก แต่หากดูแนวโน้มที่ผ่านมาจากปี 2015 มองว่ากลุ่มไอเอสเป็นแค่ศัตรูรอง
แต่ถ้ามองในแง่บวกก็อาจมีความหวังเล็กๆ ว่า หลังจากที่รัสเซียเผชิญกับปัญหาก่อการร้าย เป็นไปได้ไหมว่าสหรัฐอเมริกากับรัสเซียอาจจะต้องนั่งคุยกันอย่างจริงจัง และทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง แต่หากทั้งสองฝ่ายยังสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ ถ้ายังเป็นเช่นนี้ สงครามกลางเมืองในซีเรียในปี 2016 อาจจะขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจะมีคำถามว่าการปฏิบัติการของไอเอสจะเป็นอย่างไร หากสงครามกลางเมืองในซีเรียขยายตัว ทวีปยุโรปก็จะเผชิญกับปัญหาคนอพยพมากขึ้น
โจทย์ชุดนี้เป็นความซับซ้อนที่พันกันไปพันกันมา และยังพัวพันไปถึงการเมืองของสหรัฐอเมริกา เพราะการเลือกตั้งในปีนี้ของสหรัฐ เราจะเห็นคนที่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทนนายบารัก โอบามา ซึ่งมีแนวโน้มตั้งแต่ต้นปีว่า คนที่มีคะแนนนำคือบุคคลที่หลายคนตกใจ ก็คือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้ง นโยบายชุดใหม่ของสหรัฐอเมริกาจะเป็นอย่างไร
แต่หากเป็นพรรคเดโมแครต ที่มีนางฮิลลารี คลินตัน ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ พรรคเดโมแครตจะดำเนินนโยบายต่างประเทศและความมั่นคง สืบเนื่องเหมือนยุคของนายบารัก โอบามาหรือไม่ ซึ่งโจทย์นี้ก็จะพัวพันกับการเมืองในเอเชียอีกส่วนหนึ่ง คือ กรณีความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศจีน รวมถึงความขัดแย้งในทะเลจีนใต้
ศ.ดร.สุรชาติ กล่าวด้วยว่า มุมมองจากคนที่ทำงานด้านความมั่นคง จะเห็นได้ว่าในปี 2016 จะมีโจทย์ที่พันกันไปพันกันมา มองว่าจะเป็นปีที่มีปัญหาน่ากลัว โดยเฉพาะการขยายตัวของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ทั้งในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข่าวล่าสุด