เนชั่นทีวี

ข่าว

พศ.ยังไม่ส่งรายชื่อ"สังฆราช" ยันประชุมลับทำได้ไม่ต้องแจ้ง

13 ม.ค. 2559 | lastman

พศ.ยังไม่ส่งรายชื่อ"สังฆราช" ยันประชุมลับทำได้ไม่ต้องแจ้ง

พศ.แจง การคัดเลือกสมเด็จพระสังฆราช เป็นการประชุมลับของ"มส." กรรมการนัดประชุมพูดคุยกันเองโดยไม่ต้องแจ้ง ได้รายชื่อแล้วค่อยส่งให้ พศ. ย้ำรายชื่อเสนอทูลเกล้าฯมีแค่ชื่อเดียวเท่านั้น ไม่สามารถแปลงสารจาก มส.ได้ แต่สุดท้ายเป็นพระราชอำนาจและพระราชวินิจฉัย


นายชัยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีที่มหาเถรสมาคมมีการประชุมลับนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา และมีกระแสข่าวว่า มส.มีมติเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราช องที่ 20 ว่า มส.ยังไม่ส่งรายชื่อผู้ที่มส.เห็นชอบให้ทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังหราชองค์ต่อไปมาให้ทาง พศ. รวมถึงไม่ได้แจ้งเรื่องใด ๆมา เพราะฉะนั้น พศ.จึงยังตอบคำถามใดๆไม่ได้ เพราะพศ.ไม่ได้อยู่ในการประชุมนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา และก็ไม่รู้ว่าในที่ประชุม มส.ได้พูดคุยในเรื่องใดบ้าง
ทั้งนี้ โดยปกติการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมถึงการแต่งตั้งสมณศักดิ์ จะเป็นประชุมลับของทาง มส. ไม่อยู่วาระในการประชุมปกติและไม่แจ้งทาง พศ.ด้วย ทางมส.ก็นัดประชุมลับหารือเรื่องนี้กันเองโดยไม่ให้คนนอกเข้าร่วม เพราะการคัดเลือกสมเด็จพระสังฆราชหรือการเลื่อนชั้นสมณศักดิ์ให้รูปใดนั้น กรรมการมส.จะต้องแสดงความเห็น ให้เหตุผลต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ทาง มส.จะประชุมกันเอง โดยทาง พศ.จะสามารถยืนยันได้ว่า มส.ลงความเห็นเสนอรายชื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ต่อไป ก็ต่อเมื่อรายชื่อดังกล่าวส่งถึงมือ พศ.แล้วเท่านั้น และจริงๆแล้วการคัดเลือกสมเด็จพระสังฆราชของมส. นั้น จะไม่ใช้คำว่าลงมติ แต่จะเป็นความเห็นชอบเป็นหนึ่งเดียวของ มส. โดยทาง มส.จะพูดคุยกันจนคณะกรรมการ มส.ทุกรูปเห็นตรงกันแล้วจึงจะมีรายชื่อออกมา
นายชัยพล กล่าวต่อว่า หลังจาก มส.แจ้งรายชื่อมาทาง พศ. แล้ว พศ.ก็จะทำหน้าที่เหมือนบุรุษไปรษณีย์ นำรายชื่อดังกล่าวเพียงรายชื่อเดียว เสนอให้นายกฯ แล้วนายกฯก็จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ โดยนายกฯไม่มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายชื่อ เพราะกฏหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า ให้นายกฯนำเสนอรายชื่อที่มส.ให้ความเห็นชอบแล้วขึ้นไปทูลเกล้าฯ จะไปเสนอรายชื่ออื่นที่มส.ไม่ได้ให้ความเห็นชอบนั้นไม่ได้ แต่สุดท้ายก็เป็นพระราชอำนาจที่จะทรงมีพระราชอำนาจวินิจฉัยลงมา
ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรา 7 วรรค 3 ที่กำหนดไว้ว่า หากสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้เสนอรายชื่อองค์ที่มีอาวุโสถัดมานั้น ยืนยันว่า อำนาจการพิจารณาตรงนี้ก็เป็นอำนาจของ มส.เช่นกัน มส.จะพิจารณาเองว่า สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ หากเห็นว่า ไม่ได้ มส.ก็จะเสนอรายชื่อองค์ที่อาวุโสถัดไปทั้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ข่าวล่าสุด