แก้ปมร้อน ตั้งสังฆราช...

ประเด็นร้อนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ในวันนี้ หากเป็นไปตาม พ.ร.บ.สงฆ์ ชื่อของสมเด็จช่วง แห่งวัดปากน้ำ ต้องถือว่าเป็นเบอร์หนึ่ง แต่ก็เกิดกระแสค้านอย่างหนัก ทางออกเรื่องนี้จะทำอย่างไร
ข่าว
การประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) วันนี้ (11 ม.ค.) แม้จะไม่มีการกำหนดวาระการประชุมเพื่อพิจารณาเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ แต่ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ออกมายอมรับแล้วว่า มหาเถรสมาคม ได้จัดประชุมนัดพิเศษ โดยเป็นการประชุมลับ เมื่อวันอังคารที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา
นายประดับ โพธิกาญจนวัตร รองโฆษก พศ. เปิดเผยภายหลังการประชุม มส.ว่า ที่ประชุมไม่มีวาระการประชุม และไม่มีการหารือเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ต้องเป็นไปตาม มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ระบุไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่งในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม (มส.) เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช อย่างไรก็ตาม มาตรานี้ขึ้นอยู่กับการตีความ ซึ่งก็ไม่ทราบเจตนารมณ์ของกฎหมาย
ส่วนการประชุม มส. นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ที่มีกระแสข่าวว่า มส.มีมติเสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 นั้น ทาง พศ.ทราบแต่เพียงว่ามีการประชุมจริง แต่เป็นการประชุมลับ จึงไม่มีเจ้าหน้าที่ พศ.เข้าร่วมประชุมด้วย จึงไม่สามารถตอบได้ว่าการประชุมวันดังกล่าว มีการเสนอชื่อตั้งสมเด็จพระสังฆราชหรือไม่ และในส่วนของ พศ.ก็ยังไม่ได้รับแจ้งจาก มส.ว่า มีมติเสนอรายชื่อสมเด็จพระสังฆราช
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันอยู่ว่า แม้จะไม่มีการบรรจุวาระการประชุมในเรื่องการพิจารณาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ แต่ในทางปฏิบัติ พระชั้นผู้ใหญ่ใน มส. ก็สามารถหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือกันได้อยู่แล้ว เนื่องจากในช่วงนี้ กระแสข่าวการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก ทั้งจากฝ่ายสนับสนุน และคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ จึงทำให้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการสงฆ์ขณะนี้
ดังเช่นในวันนี้ ที่หน้าห้องประชุมมหาเถรสมาคม ก็ได้มีพระสงฆ์ในเขตปกครองคณะสงฆ์จ.นครปฐม พร้อมพระสงฆ์ในสังกัดเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 14 ทยอยเดินทางมาที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อให้กำลังใจสมเด็จพระสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม จะเดินมายื่นหนังสือต่อนายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการ พศ. เพื่อคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20
ขณะที่ นายเสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา(สนพ) และภาคีเครือข่ายเข้ายื่นหนังสือต่อ ผู้อำนวยการ พศ. เพื่อเสนอให้มหาเถรสมาคม และพศ.ยึดข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2535 เป็นหลักในการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ซึ่งทาง มส.ต้องเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาสุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เป็นอื่นไปมิได้ เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความสับสน และเพื่อป้องกันความขัดแย้งแตกแยกในสังคมด้านพระพุทธอิสระ วัดอ้อน้อย บอกว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชครั้งนี้ ก็สามารถทำได้ เพราะในกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 7 วงเล็บ 5-6 ระบุว่า ถ้าผู้มีอาวุโสตามสมณศักดิ์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็อ้างใช้แนวทางนี้ผ่าทางตัน แล้วเลือกมหาเถรที่ได้รับการยอมรับมาเป็นสมเด็จพระสังฆราช
ขณะที่ นพ.มโน เลาหวณิช อดีตพระวัดพระธรรมกายรุ่นแรก ที่ผิดหวังในการบริหารงานของวัดพระธรรมกาย ให้ความเห็นว่า หากไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก ก็น่าจะใช้แนวทางให้เว้นไปก่อน ยังไม่ต้องมีการแต่งตั้งพระสังฆราชพระองค์ใหม่ โดยให้เป็นลักษณะการปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช ไปเรื่อยๆ เพื่อรอให้มีการปฏิรูปศาสนาก่อนจึงค่อยมาพิจารณากันอีกครั้ง ซึ่งแนวทางนี้ เชื่อว่าจะไม่กระทบกับการบริหารจัดการกิจการของสงฆ์