ด้านนายสามารถ แสงสว่าง กล่าวว่า ตนเองเลี้ยงควายจำนวน 22 ตัว และวัว จำนวน 20 ตัว ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จากที่มีคนไถ่ชีวิตและนำมาให้เลี้ยงไว้ ในพื้นที่กว่า 40 ไร่ ตนเองได้ทำคอกล้อมไว้เพื่อไม่ให้วัวควายเดินไปทำความเดือนร้อนให้ชาวบ้านคนอื่น ทั้งนี้เมื่อสองวันก่อนพบว่าควายเจ้าเพชรซึ่งเป็นตัวที่เชื่องและรักมากที่สุดได้หายไป ซึ่งขณะเกิดเหตุตนเองและครอบครัวไปซื้อข้าวโพดเพื่อเป็นอาหารควาย กลับมาพบว่าควายหายไปแล้วรู้สึกร้อนใจมาก รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่สองวันผ่านไปก็ไม่มีใครเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุแต่อย่างใด
ส่วนนายสำราญ แสงสว่าง อายุ 27 ปี ลูกชายเจ้าของควาย กล่าวว่า ตนเองเห็นพ่อและแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับที่ควายสุดที่รักหายไปจึงได้พยายามตามภาพกล้องวงจรปิดหวังได้ภาพคนร้าย แต่กล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุดสองตัวได้เสียก่อนควายหายเพียง 1 วันเท่านั้น จึงได้ไล่ภาพกล้องวงจรปิดตัวถัดไป ซึ่งเป็นของเทศบาลตำบลบางกะดี โดยได้เข้าไปหาเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเพื่อขอดูภาพ พบว่าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา มีรถกระบะสีน้ำตาลเข้มออกดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ประตูข้างคนขับมีสติ๊กเกอร์สีแดง เป็นอักษรตัวเลข 680 กระบะมีโครงเหล็ก และมีควายอยู่ท้ายกระบะหนึ่งตัว อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้และหวังว่าควายเจ้าเพชรจะมีชีวิตรอดกลับมาเหมือนเดิม
ทางด้านนายอำนวย ธรรมลังกา ปศุสัตว์อำเภอเมืองปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อเดือนที่แล้วมีผู้เสียหายที่เลี้ยงควายจำนวน 3 ตัว และได้ถูกขโมยไปหมดคอกเลยที่เขตตำบลสวนพริกไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงติดตามอยู่ อีกรายก็เป็นรายนี้ก็หายไป 1 ตัว ซึ่งเป็นควายพ่อพันธ์ลักษณะดี ซึ่งทางปศุสัตว์ได้แจ้งเตือนเกษตรผู้เลี้ยงวัวควายอยู่ตลอดเป็นระยะ เนื่องจากในพื้นที่ใกล้เคียงมีเหตุขโมยควายบ่อย ซึ่งสามารถนำไปขายได้ราคาดี อย่างน้อยราคาไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท หากลักษณะสวยราคาไม่ต่ำกว่า 60,000 บาท ขอฝากเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวควายให้เฝ้าระวังขโมยเนื่องจะมีการขโมยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เราไม่ทราบว่ามิจฉาชีพจะมารู้แบบไหน จะมาถามซื้อหรือมาดูต่อทาง ขอให้สังเกตให้ดีต้องตามให้ทันมิจฉาชีพพวกนี้
ต่อมา ร.ต.อ.ประมาณ ยวนยี พนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยเดินเข้าดูบริเวณที่คนร้ายเข้าไปตัดรั้ว และสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ รวมถึงได้แจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามติดตามคนร้ายโดยไล่ภาพกล้องวงจรปิด และทราบว่าคนร้ายได้ใช้เส้นทางหลบหนีไปในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อได้ภาพลักษณะรถของคนร้ายก็คาดว่าอีกไม่นานจะได้ตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีอย่างแน่นอน.