นายมานพ สายอุ่นใจ กล่าวว่า ตั้งวันที่ 8 ม.ค.59 เวลา 10.00 น.นายมานพ สายอุ่นใจ ผอ.สจป.4 (พิษณุโลก) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง,ทหาร, ตำรวจภูธร จ.เพชรบูรณ์ กำนันตำบลยางงาม ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ได้ดำเนินการตรวจยึดรถแทรคเตอร์ ติดตั้งแท่นเครื่องจักรขุดเจาะแร่ บริเวณป่าบ้านซับพรม ม.2 .ต.ยางงาม. อ.หนองไผ่.จ.เพชรบูรณ์ ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์,พร้อมอุปกรณ์กระทำผิดจำนวน 36 รายการ ส่งพนักงานสอบสวน.สภ.นาเฉลียงดำเนินคดีกับบริษัทสยามคอปเปอร์ รีซอสเซส จำกัด
นายมานพ กล่าวว่า ภายหลังการเข้าจับกุมบริษัทเหมืองแร่ ซึ่งดำเนินการขุดเจาะสำรวจแร่บนพื้นที่ป่า บริเวณหมู่ 2 ต.ยางงาม อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ จากนั้นมีการตรวจยึด อุปกรณ์พร้อมรถขุดเจาะเพื่อดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
ล่าสุดนายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ในการเจาะสำรวจแร่ของบริษัทฯจะต้องดำเนินการตามและจะดำเนินการไปจนถึงวันที่ 16 มกราคม 2559 ซึ่งเงื่อนไขอาชญาบัตรพิเศษที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม แต่เมื่อมีการตรวจพบว่าพื้นที่ดำเนินการของบริษัทฯอยู่ในเขตปฎิรูปที่ดินแต่ยังไม่การจัดสรรที่ดินให้ประชาชนเข้าไปทำประโยชน์ พื้นที่ดังกล่าวก็ยังมีสภาพเป็นพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งอำนาจหน้าที่จึงอยู่ที่กรมป่าไม้ที่จะเข้าตรวจสอบจับกุม หากบริษัทฯทำผิดกฎหมายป่าไม้จริง ก็ยังเข้าข่ายทำผิดกฎหมายแร่ปี 2510 ฐานทำผิดเงื่อนไขการขออนุญาตในมาตรา 33 วรรคหก โดยมีโทษปรับ 2,000 บาท นอกจากนี้ยังสามารถเสนอรัฐมนตรีให้เพิกถอนอาชญาบัตรเฉพาะแปลง แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงพื้นที่อาชญาบัตรแปลงอื่นๆเนื่องจากเป็นการทำผิดเฉพาะพื้นที่
อย่างไรก็ตามอาชญาบัตรสำรวจแร่ยังมีอีกหลายแปลง การชี้แจงทำความเข้าใจกับชุมชนพร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและรับรู้ข่าวสาร เชื่อว่าน่าจะลดความตึงเครียดในพื้นที่ไปได้มาก
นอกจากนี้ยังมีการปลุกกระแสต้านสำรวจและผุดเหมืองแร่ที่เพชรบูรณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฟสบุ๊คชื่อ วิศัลย์ โฆษิตานนท์ เซเลปคนดังของเมืองเพชรบูรณ์ ดำรงตำแหน่งประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ประธานสถาบันสำนึกรักษ์เพชรบูรณ์ ได้โฟสข้อความพร้อมแสดงจุดยืนร่วมต่อต้านการสำรวจแร่และการผุดเหมืองแร่ในภายภาคหน้า พร้อมแจ้งเตือนบริษัทฯให้ถอยหลังดีกว่า คนเพชรบูรณ์เอาจริง จากนั้นเรียกร้องให้ชาวเพชรบูรณ์ตื่นขึ้นมารับรู้ก่อนหายนะจะมาเยือน นี่คือคำเตือน ถึงบริษัทเหมืองแร่ทั้งหลาย (38 แปลง 300,000 กว่าไร่) กลับไปเถอะครับ อย่ามาเลย แม้จะเป็นการสำรวจก็ตาม ตารางนิ้วเดียวเราก็ไม่ให้คุณได้ประทานบัตรและทำเหมืองอย่างเด็ดขาด อย่ามาเสียเวลาที่นี่เลย คนเพชรบูรณ์เราเอาจริง !!! อย่างไรก็ตามหลังข้อความถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีเหล่าสมาชิกร่วมแสดงความคิดเห็นและส่วนใหญ่ต่างคัดค้านการผุดเหมืองแร่ขึ้นที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยบางรายออกอาการผวาถึงกับระบุว่า ไม่อยากซ้ำรอยเหมืองทอง จ.พิจิตรและจ.เลย
นอกจากนี้นายวิศัลย์ยังได้เรียกร้องร้องให้ชาวเพชรบูรณ์ตื่นรู้และต้องออกมาคัดค้าน เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ช่วยบอกคนรู้จักทุกคนในพื้นที่ ให้รู้ถึงหายนะที่จะเกิดขึ้นจากการทำเหมืองแร่และให้ร่วมกันคัดค้านอย่างเต็มที่