10 ม.ค.59 สถานการณ์ภัยแล้งได้ขยายวงกว้างหลายพื้นที่ โดยเฉพาะน้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มีสภาพตื้นเขินแห้งขอดจนมองเห็นสันดอนทรายโผล่ และทางองค์การบริหารตำบล ก็ได้ประกาศให้เกษตรกรรอบพื้นที่ริมลำน้ำมูลงดทำนาปรังเพราะเกรงผลผลิตจะเสียหาย
ขณะที่นายภูวเดช วรอัสวภูมิ อายุ 31 ปี หนุ่มชาวบ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ ได้หันมาปรับพื้นที่นาเนื้อที่กว่า 9 ไร่ ที่พ่อแม่เคยทำนาปรังแต่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ทดลองปลูกแตงกวาเป็นปีแรก เพราะเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยและมีอายุสั้นเพียงเดือนเศษก็สามารถเก็บผลิตขายได้แทนการทำนาปรังที่ใช้น้ำมากเสี่ยงผลผลิตเสียหาย ประกอบกับปีนี้น้ำมูลตื้นเขินเร็วกว่าทุกปีทำให้ไม่สามารถทำนาปรังได้ จึงต้องปรับตัวหันมาปลูกพืชชนิดอื่นแทนโดยอาศัยน้ำในสระที่ขุดไว้ตามทุ่งนา
ทั้งนี้นายภูวเดช ยังได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านนำฟางข้าวตามท้องนาหลังเก็บเกี่ยวมาปิดคลุมหน้าดินบริเวณแปลงที่ปลูกแตงกวาเพื่อป้องกันแสงแดดทำให้ดินมีความชุ่มชื้น ทั้งยังช่วยดูดซึมน้ำหล่อเลี้ยงต้นแตงกวา ซึ่งสามารถประหยัดน้ำได้เป็นอย่างดี โดยหากไม่ใช้ฟางคลุมดินก็จะต้องรดน้ำทุกวันแต่เมื่อใช้ฟางคลุมหน้าดินก็จะรดน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้ง ทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย นอกจากนี้นายภูวเดช ยังได้ปลูกพืชอายุสั้นชนิดอื่น เช่น ผักชี ต้นหอม ผักบุ้ง ไว้เก็บผลผลิตขายเสริมอีกด้วย
นายภูมิเดช กล่าวว่า แม้จะศึกษาจบสาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ แต่ก็พอมีความรู้ในการทำการเกษตรอยู่บ้าง จึงได้หันมาปรับพื้นที่นาของพ่อแม่ที่มีอยู่แล้วทดลองปลูกแตงกวาแทนการทำนาปรัง เพราะปีนี้น้ำน้อยเสี่ยงผลผลิตจะเสียหาย แต่หากปลูกแตงกวานอกจากจะใช้น้ำน้อยแล้วยังเก็บผลผลิตขายได้เร็ว ส่วนเรื่องตลาดก็ไม่มีปัญหา เพราะนอกจากจะส่งขายในพื้นที่อำเภอ และจังหวัดแล้วยังสามารถส่งขายต่างจังหวัดได้อีกด้วย ซึ่งหากประสบผลสำเร็จก็อยากเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านหันมาปลูกตามเพื่อตั้งกลุ่มส่งขายตลาด 4 มุมเมือง เพื่อจะได้ลดการทำนาปรังที่จะต้องเสี่ยงกับวิกฤตภัยแล้งขาดแคลนน้ำทุกปี ก็อยากเรียกร้องให้ทางรัฐบาล หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เข้าให้ความรู้แก่ชาวบ้าน เกี่ยวกับการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยให้หลากหลายมากขึ้น ทั้งสนับสนุนส่งเสริมเมล็ดพันธุ์เพื่อลดต้นทุน และที่สำคัญควรจะช่วยเหลือขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อให้ชาวบ้านได้มีน้ำในการปลูกพืชได้ตลอดทั้งปีและมีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัวหลังทำนาปีอีกด้วย