สงขลา-วันที่28ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางไปยังนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้หรือนิคมฯฉลุง ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเป็นประธานเปิดโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City)มูลค่ากว่า 1,670 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2517 และเป็นฐานการลงทุนยางพาราในอนาคตพร้อมรับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ
พล.อ.ประยุทธ ได้สอบถามและมีข้อแนะนำโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางทั้งในส่วนของนักลงทุนซึ่งขณะนี้มีบริษัทของจีน 2 ราย ติดต่อเข้ามาลงทุนผลิตยางพารา พร้อมกับได้ย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวหาช่องทางและแรงจูงใจในการดึงนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาลงทุนในโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพาราแห่งนี้ ทั้งสิทธิพิเศษด้านภาษี การพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางทะเล เรื่องของตลาดส่งออก และด้านแรงงาน รวมทั้งการวิจัยและต่อยอดอุตสาหกรรมยางเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธยังได้ย้ำในเรื่องของการพัฒนอุตสาหกรรมยางพาราจะต้องเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและประชาชนในพื้นที่และต้องสร้างงานให้กับคนในพื้นที่
จากนั้นจึงได้ขึ้นเวทีปราศรัยบนเวทีให้กับประชาชนรวมทั้งผู้นำท้องถิ่นที่มารอต้อนรับกว่า 4,000 คน โดยขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อที่จะนำพาประเทศไปสู่จุดหมาย พร้อมกับย้ำว่าตนเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาและพยายามทำทุกเรื่องเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ ไม่ได้ต้องการหาเสียงเหมือนกับนักการเมือง โดยในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีได้อวยพรปีใหม่ให้กับประชาชนด้วยโดยขอให้ทุกคนมีความสุข เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วบริเวณงาน ก่อนที่จะเดินพบปะทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับอย่างเป็นกันเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จ.สงขลาเป็นครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรีและได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยระหว่างที่นายกรัฐมนตรีปฏิบัติภารกิจอยู่ภายในนิคมฯฉลุง และมีการถ่ายทอดทอดภาพของนายกฯผ่านจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ภายในเต้นที่มีประชาชนรออยู่ ได้สร้างความฮือฮาและรอยยิ้มเป็นระยะๆ กับลีลาของนายกรัฐมนตรีที่เดินตรวจบูธต่างๆในบริเวณงาน โดยเฉพาะระหว่างที่มีการเชิญนายกฯไปถ่ายรูปหมู่หลังตีฆ้องทำพิธีเปิดงาน บริเวณป้ายRubber City นายกได้ขอหวีจากทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัว แล้วนำมาหวีผมเพื่อให้เรียบร้อยและดูดี เรียกเรียงฮือฮาจากประชาชนที่ดูผ่านจอโปรเจ็คเตอร์โดยเฉพาะผู้หญิงและแม่บ้าน ในขณะที่นายกเอง ไม่รู้ตัวว่ามีการถ่ายทอดภาพเพราะอยู่กันคนละจุด
โดยนายกฯได้ใช้เวลาที่นิคมฯฉลุงราว 1ชม. จากนั้นจึงได้เดินทางต่อไปยังด่านพรมแดนสะเดาเพื่อเปิดอาคมรด่านพรมแดนสะเดาขาออกมูลค่ากว่า 125 ล้านบาท ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน